ปฐมกาล 30:113
ฟังผ่านYouTube : https://www.youtube.com/live/GdZZEilcIEw?si=Wyob4CtVPUj-7YtU

“เมื่อนางราเชลเห็นว่าตนไม่มีบุตรกับยาโคบ ก็อิจฉาพี่สาว นางพูดกับยาโคบว่า <<ขอให้ฉันมีบุตรด้วยหาไม่ฉันจะตาย>> ยาโคบโกรธนางราเชลจึงว่า <<เราเป็นเหมือนพระเจ้าผู้ไม่ให้เจ้ามีบุตรหรือ>> นางจึงบอกว่า <<บิลฮาห์สาวใช้ของฉันอยู่นี่ จงเข้าไปหาเขาเถิด เขาจะได้มีบุตรเลี้ยงไว้ที่ตักของฉัน ฉันจะได้มีบุตรด้วยอาศัยหญิงคนนี้>> นางจึงยกบิลฮาห์สาวใช้ของตนให้เป็นภรรยาของยาโคบ ยาโคบก็เข้าไปหานาง บิลฮาห์ก็ตั้งครรภ์กับยาโคบและมีบุตรชาย นางราเชลว่า <<พระเจ้าผู้ทรงตัดสินเรื่องข้าพเจ้า ได้ทรงสดับฟังเสียงข้าพเจ้าทูลจึงประทานบุตรชายแก่ข้าพเจ้า>> เหตุฉะนี้นางจึงตั้งชื่อบุตรนั้นว่า ดาน บิลฮาห์สาวใช้ของนางราเชลตั้งครรภ์อีก และคลอดบุตรชายคนที่สองให้แก่ยาโคบ นางราเชลจึงว่า <<ข้าพเจ้าปล้ำสู้ กับพี่สาวของข้าพเจ้าเสียใหญ่โต และข้าพเจ้าได้ชัยชนะแล้ว>> นางจึงให้ชื่อบุตรนั้นว่า นัฟทาลี เมื่อนางเลอาห์เห็นว่าตนหยุดคลอดบุตร จึงยกศิลปาห์สาวใช้ของตน ให้เป็นภรรยาของยาโคบ ศิลปาห์สาวใช้ของเลอาห์ ก็มีบุตรชายให้แก่ยาโคบ นางเลอาห์ว่า <<โชคดีจริงๆ>> จึงตั้งชื่อบุตรนั้นว่า กาด แล้วศิลปาห์สาวใช้ของเลอาห์ ก็คลอดบุตรชายคนที่สองให้แก่ยาโคบ เลอาห์ก็ว่า <<ข้าพเจ้ามีความสุข เพราะพวกสตรีจะเรียกข้าพเจ้าว่า เป็นสุข>> นางจึงตั้งชื่อบุตรนั้นว่า อาเชอร์”

ในพระคัมภีร์ได้พูดถึงจิตใจของเลอาห์ที่อยากจะสวยเหมือนราเชลผู้เป็นน้องสาวซึ่งไม่สามารถเป็นดังนั้นได้ แต่จิตใจของเธอกลับมีความหวังว่า ถ้าได้คลอดลูกชายให้ยาโคบผู้เป็นสามี สามีก็คงจะรักเธอบ้าง เมื่อคลอดลูกชายคนแรกคือรูเบน และก็ได้ให้ลูกชายอีกคนคือสิเมโอน แต่ยาโคบก็ยังเกลียดชังและไม่ได้สนใจเลอาห์ และยังคงรักราเชลมากกว่าเหมือนเดิม เธอจึงคิดว่าถ้ามีลูกเพิ่มอีกสามีคงจะรักและให้ความสำคัญเธอบ้าง และที่สำคัญสามารถที่จะเป็นหนึ่งเดียวกับสามี ดังนั้นในเวลาต่อมาก็มีลูกชายอีกคนชื่อ เลวี แต่ก็ไม่เป็นไปตามที่เธอคาดหวังไว้ เมื่อพวกเราได้อ่านพระคำอาจจะคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของเลอาห์กับยาโคบ แต่แท้จริงแล้วเรื่องราวในพระคัมภีร์เป็นเรื่องราวจิตใจของพวกเราทุกคน

บ้านของผมอยู่บ้านนอกที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง และยากจนมาก ๆ จนคิดว่าทำไมชีวิตจึงได้รับคำสาปแช่งเช่นนี้ หน้าตาก็ไม่ดีอีกต่างหาก ทำให้เกิดปมด้อยขึ้นในใจ จึงคิดว่าหากอยากได้รับความรักและการยอมรับจะต้องตั้งใจเรียนหนังสือ จึงเป็นเหตุให้พยายามที่จะพาตัวเองไปโรงเรียนทุก ๆ วัน ไม่เคยขาดแม้แต่วันเดียว ต่อมาก็ได้เรียนมัธยมปลายในตัวเมือง ตอนนั้นก็ตั้งใจเรียนและอ่านหนังสือทบทวนก่อนเริ่มเรียนในทุก ๆ เช้า ทำอย่างนั้นอยู่เป็นประจำ เพราะเชื่อว่าถ้าสอบติดมหาวิทยาลัยดี ๆ คนอื่นจะยกย่องและยอมรับ แต่ผมกลับสอบไม่ติดมหาวิทยาลัยถึง 2 ครั้ง ก่อนจะสอบติดในรอบที่ 3 ซึ่งช่วงแรกที่ได้เรียนมหาวิทยาลัยก็รู้สึกภาคภูมิใจ และรู้สึกมีความสุขมาก แต่เวลาผ่านไปกลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่ใจคิดไว้ เมื่อได้เห็นว่าการเรียนไม่ได้ทำให้มีความสุข จึงเริ่มมองหาสิ่งใหม่แทน เช่น ปีนเขา ดื่มเหล้า และเป้าหมายในการเรียนก็หายไป สุดท้ายการทำสิ่งที่คิดว่ามีความสุข กลับไม่ได้มีความสุขจริง ๆ

เหมือนกับที่เลอาห์คิดว่าการที่เธอมีรูเบนจะทำให้สามีรัก และจะทำให้ความทุกข์ทรมานจากการถูกดูหมิ่นหายไป แต่นี่กลับเป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น เราก็คิดว่าการที่เราได้ที่ทำงานดี ๆ มีเงิน มีบ้าน หรือได้แต่งงานกับผู้ชายที่ดูดี แล้วจะมีความสุข แต่สุดท้ายกลับไม่ใช่ความสุข เลอาห์ได้เข้าใจว่า การทำแบบนี้ ไม่ได้ทำให้เธอมีความสุขจริง ๆ เธอได้เข้าใจว่าในโลกนี้ไม่ได้มีอะไรเป็นไปตามความหวังหรือความตั้งใจของเราแล้วมันจะทำให้มีความสุข ด้วยเหตุการณ์นี้จิตใจของเธอพังทลายลง ส่งผลทำให้ความโลภจางหายไปเหมือนฟองน้ำ ซึ่งทำให้จิตใจของเลอาห์ได้ใกล้ชิดกับพระเจ้าได้

ส่วนราเชลที่ไม่สามารถมีลูกได้ จึงไม่พอใจยาโคบที่ทำให้เธอมีลูกไม่ได้ แต่ยาโคบก็บอกว่า เรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเขา เธอจึงบ่นและกล่าวโทษสามี และข่มขู่พระเจ้าว่าจะตาย โดยไม่ยอมรับกับสิ่งที่พระเจ้ามอบให้ มนุษย์เราก็กำลังใช้ชีวิตแบบนี้ หากพระเจ้าไม่ทำตามที่ต้องการ ทั้งการมีทรัพย์สินเงินทอง และงานดี ๆ ก็จะข่มขู่พระเจ้า แต่วันหนึ่งเมื่อได้สิ่งที่ต้องการ กลับทำให้ความโลภใหญ่โตยิ่งขึ้น และจะกลายเป็นคนที่น่ากลัวและอันตรายที่สุด แต่คนเรากลับไม่คิดว่าเป็นเรื่องที่อันตราย ตรงกันข้ามที่คิดว่าเป็นความสุข เหมือนที่ราเชลได้ลูกจากคนรับใช้สองคน ก็คิดว่าตัวเองจะชนะแล้ว

ในพระคำนี้เราได้เห็นคน 2 ประเภท คือ ราเชล ที่มีลูกแค่ 2 คน และไม่ได้คลอดเอง กลับใช้ชีวิตที่เย่อหยิ่ง และเลอาห์ที่มีลูกเองถึง 4 คน กลับได้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้มีความสุข จนจิตใจพังทลายลงทั้งหมด และได้พบกับพระเจ้า

พระเจ้าได้อนุญาตให้เราถูกทิ้งและถูกดูหมิ่น เราอาจจะทุกข์ทรมาน และเข้าใจไม่ได้ จนเกิดคำบ่นมากมาย แต่ผ่านทางเรื่องนี้ทำให้เราได้หลุดพ้นจากกิเลสตัณหาและเนื้อหนัง และได้มีโอกาสพบกับพระเจ้า ตอนที่เห็นว่าตัวเองโง่เขลา และชั่วร้ายมากขนาดไหน ทำให้เราได้ใกล้ชิดกับพระองค์และได้รับพระพร ตอนที่เราถูกดูหมิ่น และถูกเหยียบย่ำ เราอย่ากล่าวโทษที่ผู้อื่น เพราะมันทุกข์ทรมานเทียบไม่ได้กับการที่ไม่มีพระคำ ไม่มีความเชื่อ หรือถูกพระเจ้าทอดทิ้ง เราเคยเชื่อไหมว่า การไม่มีจิตใจที่ยำเกรงพระเจ้ามันทุกข์ทรมานกว่าการไม่มีเงิน

ปฐมกาล 49:2933

“ยาโคบกำชับเขาว่า <<เราจะไปอยู่ร่วมกับคนของเรา จงฝังเราไว้กับบรรพบุรุษของเรา ในถ้ำที่นาของเอโฟรนคนฮิตไทต์ ในถ้ำที่อยู่ในนาชื่อมัคเป-ลาห์ หน้ามัมเรในแคว้นคานาอัน ถ้ำกับนานี้อับราฮัมได้ซื้อจากเอโฟรนคนฮิตไทต์ไว้ เป็นสุสาน ณ ที่นั่น เขาฝังศพอับราฮัมและซาราห์ภรรยา ที่นั่นเขาได้ฝังศพอิสอัคและเรเบคาห์ภรรยา และที่นั่นเราฝังศพเลอาห์ นากับถ้ำที่อยู่ในนานั้นเราซื้อจากคนฮิตไทต์>> เมื่อยาโคบสั่งบุตรชายของตนเสร็จแล้ว ก็ยกเท้าขึ้นบนที่นอน แล้วก็สิ้นใจ และถูกรวบไปอยู่กับบรรพบุรุษของท่าน”

สุดท้ายแล้วตอนที่ยาโคบกำลังจะตาย เขาได้สั่งให้ฝังศพเขาข้างเลอาห์ เพราะตอนที่รักราเชลมากได้ทำให้เขาทุกข์ทรมานมาก เปรียบได้กับการที่ใช้ชีวิตติดตามความโลภของโลกนี้ ที่ดูเหมือนจะมีความสุข แต่กลับทำให้เราทุกข์ทรมานมาก และทำให้เรานั้นยิ่งออกห่างจากพระเจ้า