
จาก Global Camp สู่การเปลี่ยนแปลงทั่วไทย พระเจ้าทรงทำงาน เปิดใจผู้คนสู่ความรอดในช่วงสงกรานต์
“จาก Global Camp สู่การเปลี่ยนแปลงทั่วไทย—พระเจ้าทรงทำงาน เปิดใจผู้คนสู่ความรอดในช่วงสงกรานต์”
การอบรมพระคัมภีร์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก Global Camp 2026 ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยเข้าร่วมได้กลับมาฟังพระคำอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น และเชื่อมต่อชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณกับพระเจ้าอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศของการเผยแพร่ข่าวประเสริฐที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทย ทั้งปทุมธานี (รังสิต), ประจวบคีรีขันธ์ (ป่าละอู), ตาก (วังเจ้า), สระแก้ว, หนองคาย และเชียงราย โดยมีผู้รับใช้และสมาชิกจากโบสถ์กรุงเทพฯ ร่วมใจออกไปทำงานของพระเจ้าด้วยจิตใจเดียวกัน
แม้อากาศในหลายพื้นที่จะร้อนจัด บางจังหวัดมีอุณหภูมิสูงเกือบ 40 องศาเซลเซียส แต่ความเหน็ดเหนื่อยและความยากลำบากไม่เป็นอุปสรรคของผู้รับใช้และพี่น้องสมาชิกได้ ทุกคนยังคงออกไปประกาศข่าวประเสริฐด้วยความมุ่งมั่น และยิ่งมีกำลังใจมากขึ้นเมื่อได้เห็นผู้คนจำนวนมากเปิดใจและได้รับการชำระบาป หลายครอบครัวได้เชิญพ่อแม่ ญาติพี่น้อง มาร่วมฟังพระคำและมีสามัคคีธรรมร่วมกัน เกิดเป็นภาพแห่งความอบอุ่นและชีวิตใหม่ที่ชัดเจนในทุกพื้นที่

ที่คริสตจักรรังสิต จ.ปทุมธานี มีการจัดงานอบรมสำหรับพี่น้องชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่และทำงานในประเทศไทย มีผู้เข้าร่วมประมาณ 50 คน ระหว่างวันที่ 13–15 เมษายน

โดยมี พาสเตอร์ดาวิด คิม ศิษยาภิบาลประจำคริสตจักรชลบุรี เป็นผู้บรรยายหลัก โดยได้เทศนาเน้นถึง “จุดเริ่มต้นของชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ” ว่า มนุษย์ถูกสร้างขึ้นเพื่อดำเนินชีวิตเชื่อมต่อกับพระเจ้า ผู้ทรงเป็นแหล่งชีวิตและความสว่าง แต่เมื่อมนุษย์ออกห่างจากพระเจ้า จึงเกิดความว่างเปล่าภายในใจ และแม้จะพยายามแสวงหาสิ่งต่าง ๆ ในโลก ก็ไม่สามารถเติมเต็มได้ เพราะสิ่งที่จิตวิญญาณต้องการอย่างแท้จริงคือพระเจ้า ที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้เกิดความยากลำบากในชีวิต ก็เพื่อให้มนุษย์ได้เห็นตัวเองว่าเต็มไปด้วยความบาปและความอ่อนแอ และยอมกลับใจมาหาพระองค์ เมื่อเราได้บังเกิดใหม่เป็นคนชอบธรรมแล้ว เราเองก็ยังเหมือนกับทารกฝ่ายวิญญาณที่ต้องกินน้ำนมฝ่ายวิญญาณคือพระคำอยู่เสมอ เพราะพระคำของพระเจ้าทำให้มนุษย์มองเห็นจิตใจของตนเองอย่างชัดเจน เพื่อที่จะทิ้งความคิดของตนเอง และกลับมาเชื่อมต่อกับพระเยซู

ตามพระคำในยอห์น 15:5 ที่กล่าวถึงแขนงที่ต้องติดสนิทกับเถาองุ่น การใช้ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณไม่ใช่เรื่องที่ยาก เพียงแค่ดำเนินชีวิตอย่างใกล้ชิดกับพระเยซูและเชื่อมต่อจิตใจกับพระคำของพระเจ้าอยู่เสมอ

ขณะที่ ป่าละอู จัดงานอบรมวันที่ 11–12 เมษายน มีผู้เข้าร่วมอบรมประมาณ 40 คน และพี่น้องสมาชิกได้ออกเผยแพร่เยี่ยมบ้านคนในพื้นที่เพื่อพบปะพูดคุยอย่างใกล้ชิดหลังจบงาน



ที่ สระแก้ว จัดงานอบรมพระคัมภีร์ 6-8 เมษายน 2569 มีผู้เข้าร่วม 51 คน ต่อด้วย Summer Camp วันที่ 11–13 เมษายน มีเยาวชนเข้าร่วมประมาณ 30 คน เป็นนักเรียนมัธยม ทั้งยังมีการสอนภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ และจีน จากทั้งสองงานนี้มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้เดินทางมาฟังพระคัมภีร์แล้วได้รับความรอดจำนวนมากด้วยพระคุณของพระเจ้า


ในพื้นที่วังเจ้า จังหวัดตาก จัดงานอบรมย่อยวันที่ 13–15 เมษายน มีผู้เข้าร่วมรวมประมาณ 80 คน สมาชิกจากกรุงเทพฯได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองเพื่อจัดเตรียมกิจกรรมการแสดงละครและการแสดงดนตรีให้แก่ผู้คนที่นั่น


มาที่ เชียงราย มีผู้เข้าร่วมงานอบรมทั้งหมด 26 คน สมาชิกโบสถ์ต่างเชิญคนรู้จักและคนในครอบครัวมาเข้าร่วมงานอบรม แม้จะเป็นการฟังเทศนาธรรมผ่านพระคัมภีร์ครั้งแรกแต่พวกเขากลับร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนานและตอบสนองกับพระคำเป็นอย่างมาก สมาชิกโบสถ์เองยังได้ชัดเจนกับพระคำชำระบาปมากขึ้นและต่างได้สรรเสริญพระเจ้าที่ได้จัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้อย่างครบและสมบูรณ์ หลังจบงานยังได้เปิดรับสมัครเด็กๆในพื้นที่เข้าร่วมงาน Kids Camp ด้วย


ขณะเดียวกันที่ หนองคาย มีผู้เข้าร่วมประมาณ 133 คน โดย พาสเตอร์ฮักเชิล คิม ศิษยาภิบาล ผู้ก่อตั้งคริสตจักรข่าวประเสริฐ ประเทศไทย ได้เทศพระคำในมาระโก 5:1-13 ว่า “เมื่อเราฟังพระคำ หากมองว่าเป็นเพียงเรื่องราวก็จะไม่เกิดคุณค่า แต่ถ้ามีใจอยากให้ผู้อื่นได้รับการชำระบาป พระคำนั้นจะมีค่าอย่างยิ่ง” และยังย้ำว่ามนุษย์มักดำเนินชีวิตตามใจตนเอง แม้รู้ว่าผิดก็ยังทำซ้ำ จนไม่รู้ตัวว่าอยู่ในสภาพที่ถูกผูกมัด นอกจากนี้ ในคำเทศนาอีกช่วงหนึ่งจากลูกา 10:30-37 ได้ชี้ให้เห็นว่า มนุษย์มักเชื่อว่าการทำดีหรือความสำเร็จในชีวิต เช่น เงินทองและชื่อเสียง จะนำไปสู่ความสุข เปรียบเหมือนการเดินทางไป “เยรีโค” ที่ดูสวยงามและน่าหลงใหล แต่แท้จริงแล้ว ระหว่างทางเต็มไปด้วยอันตราย เช่นเดียวกับชายในพระคัมภีร์ที่ถูกโจรปล้น ตามพระคำโรม 5:12 มนุษย์ทุกคนอยู่ในสภาพบาปและความตายฝ่ายวิญญาณ แต่กลับไม่ตระหนักถึงสิ่งนี้ และยังคงแสวงหาความสุขจากสิ่งภายนอก ซึ่งไม่ใช่ความสุขที่แท้จริง

“พระเจ้าทรงต้องการให้มนุษย์เข้าใจสภาพของตนเอง และหันมาพึ่งพาพระองค์ เพื่อจะได้พบกับความรอดและความสุขที่แท้จริง ไม่ใช่ความสุขที่เกิดจากโลกนี้” พาสเตอร์ฮักเชิล คิม กล่าว
ตลอดช่วงเวลานี้ เราได้เห็นว่าทุกสถานที่แม้จะมีความแตกต่างทั้งจำนวนผู้เข้าร่วม หรือสถานการณ์ แต่พระเจ้าทรงทำงานอย่างยิ่งใหญ่ในแต่ละจุด กับผู้คนกว่า 400 คน ทั้งการเปิดใจของผู้เข้าร่วม การจัดเตรียมผู้รับใช้ หรือแม้แต่รายละเอียดเล็กน้อยในแต่ละช่วงของการเตรียมงาน จนจบลงอย่างสวยงาม

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า พระเจ้าทรงทำงาน และนำพาผู้คนให้ได้พบกับความสุขที่แท้จริงในพระองค์ ผ่านทางการพบกับพระเยซู ที่ทรงชำระล้างบาปให้มนุษย์ และเป็นสะพานเชื่อมให้มนุษย์ที่เป็นคนบาป ได้พบกับพระเจ้าอีกครั้ง นี่คือพระคุณอันยิ่งใหญ่ที่เราได้เห็นร่วมกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ครั้งนี้
