
งานสัมมนาพระคัมภีร์ประจำปี 5–8 มิถุนายน 2568 ณ คริสตจักรข่าวประเสริฐ จ.ปทุมธานี
งานสัมมนาพระคัมภีร์ประจำปี 5–8 มิถุนายน 2568 ณ คริสตจักรข่าวประเสริฐ จ.ปทุมธานี ถ่ายทอดพระวจนะอย่างลึกซึ้ง
การนมัสการแสนอบอุ่น และการรวมใจเพื่อประกาศข่าวดี
-งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–8 มิถุนายน ณ คริสตจักรข่าวประเสริฐ จ.ปทุมธานี มีผู้เข้าร่วมกว่า 950 คน
-พี่น้องจากหลากหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ตาก บึงกาฬ หนองคาย ขอนแก่น พังงา ฯลฯ ร่วมงานด้วยใจที่พร้อมรับพระคุณจากพระเจ้า
-พาสเตอร์ซึงฮวัน ซิม และพาสเตอร์ฮีจิน พาร์ค ถ่ายทอดพระวจนะอย่างลึกซึ้ง และอธิบายถึงการกลับคืนสู่พระเจ้าด้วยการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู ซึ่งทำให้เราได้รับการปกป้อง และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในพระองค์

บรรยากาศแห่งพระคุณและความรัก ที่คริสตจักรข่าวประเสริฐ จังหวัดปทุมธานี
การสัมมนาพระคัมภีร์ประจำปี 2568 จัดขึ้นอย่างอบอุ่นและเต็มด้วยพระพร ณ คริสตจักรข่าวประเสริฐ จังหวัดปทุมธานี ระหว่างวันที่ 5–8 มิถุนายน โดยมีพี่น้องจากคริสตจักรต่างจังหวัดหลากหลายแห่งทั่วประเทศไทย อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย ตาก บึงกาฬ หนองคาย ขอนแก่น และพังงา ฯลฯ เดินทางมาร่วมรับฟังพระวจนะและสามัคคีธรรมร่วมกันด้วยใจที่พร้อมเปิดรับพระเจ้า นอกจากนี้ยังมีผู้เข้าร่วมจากทั่วไปซึ่งได้รับการเชิญชวนจากสมาชิกคริสตจักร ทำให้งานครั้งนี้เต็มไปด้วยความชื่นชมยินดีและพระคุณอย่างล้นเหลือ สรุปมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 950 คน
ตลอดระยะเวลา 4 วันของงาน คริสตจักรถูกเติมเต็มด้วยการนมัสการอันเปี่ยมด้วยความชื่นชมยินดี กิจกรรมต่าง ๆ ถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการร้องเพลงสรรเสริญ การอธิษฐานอย่างลึกซึ้ง รวมถึงการแสดงจากนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมลินคอล์นศึกษา และวงประสานเสียงเซโนเร ที่มอบเสียงเพลงอันไพเราะ ถ่ายทอดความเชื่อ และความหวังให้แก่ผู้ร่วมงานทุกคน


การเทศนาธรรมโดยพาสเตอร์ซึงฮวัน ซิม และพาสเตอร์ฮีจิน พาร์ค ถ่ายทอดพระวจนะด้วยจิตใจของพระเจ้า
ในช่วงการเทศนาธรรม พาสเตอร์ซึงฮวัน ซิม ผู้ดูแลคริสตจักรข่าวประเสริฐเมืองอุลจิน ประเทศเกาหลีใต้ และพาสเตอร์ฮีจิน พาร์ค ผู้ดูแลคริสตจักรข่าวประเสริฐภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ (ผู้บรรยายหลัก) ได้แบ่งปันพระวจนะของพระเจ้าด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความรักและความเข้าใจในพระคุณ เนื้อหาการเทศนาในครั้งนี้เน้นไปที่ “ความบาปคือการออกจากพระเจ้า” และ “การกลับคืนสู่พระเจ้าด้วยการสิ้นพระชนม์ของพระเยซู ซึ่งทำให้เราได้รับการปกป้อง และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในพระองค์”

พาสเตอร์ซึงฮวัน ซิม ได้เทศนาธรรมถึงข่าวประเสริฐ ในเลวีนิติบทที่ 3-4 การถวายเครื่องบูชาไถ่บาปเพื่อลบล้างบาปและกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า อาจารย์ได้อธิบายถึงการใช้ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณว่าควรใช้อย่างสนุกสนานเหมือนกับการเล่นกีฬา ซึ่งเราจะรู้สึกสนุกกับการใช้ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณได้เมื่อใจเราเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้า การที่เราจะรวมจิตใจกับพระเจ้าได้นั้นจะต้องรู้จักสิ่งที่กั้นระหว่างเรากับพระเจ้าหรือความบาปที่แท้จริง
“ความทุกข์เกิดจากความบาปที่เราทิ้งพระเจ้าจากใจ จะจัดการกับความทุกข์ได้จึงต้องกลับมาหาพระเจ้า“ แต่เพราะเราไม่สามารถลบล้างบาปของเราด้วยความตั้งใจกระทำดีของเราเองได้ พระเยซูจึงได้สิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนและทำให้เราเป็นหนึ่งเดียวกันกับพระเจ้า “ค่าของความบาปคือความตาย เราต้องได้รับโทษนั้นด้วยตัวเราเอง แต่พระเยซูได้รับโทษแทนเราแล้ว นี่คือความรักที่พระเจ้าให้กับเรา พระเจ้าทรงทำให้เราสมบูรณ์แล้ว”

ในคืนวันแรก ผู้บรรยายหลักในงาน พาสเตอร์ฮีจิน พาร์ค ได้ประกาศพระวจนะโดยแบ่งปันเรื่องราวของตนที่ได้พบกับพระเจ้า ว่า ที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตด้วยความมั่นใจในตัวเอง แต่เกิดอุบัติเหตุ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นคนพิการ ตอนนั้นรู้สึกสิ้นหวังและต้องล้มเลิกความฝัน แต่สิ่งนั้นกลับทำให้เขาได้พบกับพระเจ้า ดั่งพระคำในนางรูธบทที่ 1 ข้อที่ 1-22 กล่าวถึงเรื่องราวของนาโอมีที่ย้ายไปยังเมืองโมอับด้วยความสมบูรณ์ แต่กลับสูญเสียทุกอย่าง รวมถึงสามีและลูกชายทั้งสอง จนสุดท้ายเธอกลับมาหาพระเจ้าที่เมืองเกิดของตน และกล่าวว่า “พระเจ้ากำลังทรงเรียกพวกเรา พระองค์อยากช่วยเราจากความมืดและให้ความรอด เหมือนใจของพ่อแม่ที่อยากจะช่วยลูกจากสิ่งที่ไม่ดี”


ในวันสุดท้ายพาสเตอร์ฮีจิน พาร์คยังคงให้ผู้เข้าร่วมงานอ่านพระคำบทนางรูธอย่างละเมียดละไมทีละข้อจนจบบทที่ 3 เพราะพาสเตอร์ฮีจิน พาร์คเผยว่า พระคำนางรูธ คือพระคำบทหนึ่งที่ท่านชอบ และในบทที่ 3 นี้มีสิ่งที่นาโอมีได้พูดกับรูธ คือ “แม่จะหาที่พึ่งพักให้เจ้า เพื่อเจ้าจะได้มีความสุข” นี่คือความตั้งใจของนาโอมี ทั้งที่สถานการณ์ตอนนั้นคือนาโอมีไม่มีอะไรเลย ไม่มีทั้งสามี และลูก เป็นเพียงหญิงหม่ายแก่กับหญิงหม่ายสาว แล้วสิ่งที่นาโอมีพูดกับรูธจะเกิดขึ้นได้อย่างไร
“ตอนที่ผมให้ซูฮยอน คิม ที่ป่วยเดินไม่ได้ ไม่เข้ารับการผ่าตัด เพราะกระบวนการรักษาเธอให้กลับมาเป็นปกติกได้นั้นเกินความสามารถที่มนุษย์จะทำได้แล้ว และก่อนออกจากโรงพยาบาลคุณหมอได้พูดว่า “ถ้าเธอกลับไปเธอจะไม่มีวันเดินได้อีกต่อไป” และเวลาผ่านไป 1 ปี ผมได้เห็นเธอมีสภาพที่นอนอยู่กับที่นอนเหมือนลูกโป่ง และขับถ่ายในแพมเพิร์ส ในใจผมจึงรู้สึกกล่าวโทษตัวเองเยอะมากที่จูงนำเธอแบบนั้น จนวันหนึ่งผมอ่านได้อ่านใน 2 พงษ์กษัตริย์บทที่ 3 ที่บอกว่าผู้ที่รักษาเยโฮซาฟัทให้หายได้คือ ผู้รับใช้ของพระเจ้า เราจึงให้สมาชิกโบสถ์เมืองคูมี ร่วมใจอธิษฐานให้พาสเตอร์อ็อกซู พาร์ค มาที่เมืองคูมี ผ่านไป 1 เดือนในคืนหนึ่งพาสเตอร์ได้โทรมาหาผมกลางดึก และบอกว่าจะแวะมาพักที่โบสถ์คูมี 1 คืน จากนั้นผมจึงโทรหาซูฮยอน คิม ให้มาที่โบสถ์ช่วงเช้ามืด สิ่งนี้เกิดขึ้นได้เพราะพระเจ้าฟังคำอธิษฐานของเรา ตามพระคำ เยเรมีย์ 29:12 “แล้วเจ้าจะทูลขอต่อเรา และมาอธิษฐานต่อเรา และเราจะฟังเจ้า”
“เมื่อพาสเตอร์พาร์คเห็นเธอที่นั่งวีลแชร์อยู่หลังห้อง และถามเธอว่า ชอบนั่งวีลแชร์หรือ? และได้สามัคคีธรรมกับเธอประมาณ 15 นาที ที่น่าอัศจรรย์คือ เธอบอกว่า เสียงของหมอที่เคยพูดว่า “ฉันจะไม่มีวันเดินได้ ได้หายไปจากจิตใจของเธอ เพราะพระเจ้าบอกผ่านทางผู้รับใช้ว่า ฉันจะรอดและจะหาย ฉันจะเดินด้วยเท้าของตัวเอง”
หลังจากนั้นร่างกายของเธอได้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว และก็เริ่มเดินได้ ตอนที่ผมได้เห็นว่าเธอได้ก้าวเดิน ผมได้ร้องไห้ออกมา เพราะผมเห็นพระเจ้าต่อจิ๊กซอร์ได้เป๊ะ และเห็นว่าเมื่อใจเธอเชื่อมต่อกับพระคำ ฤทธิ์เดชของพระเจ้าก็ได้เชื่อมต่อกับเธอ
“พระเยซูที่คือคนที่จะปกป้องเรา และทำให้ภัยพิบัติมาไม่ถึงเรา”


เหมือนในพระคำนางรูธ ที่นาโอมีมีความตั้งใจจะหาที่พึ่งพักให้รูธ เพราะตอนที่อยู่ในพระเจ้าพระเจ้าจะปกป้อง และช่วยทุกอย่าง คือไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น ก็จะสามารถพักผ่อนได้ ที่พึ่งพักนั้นคือ โบอาส ที่เป็นญาติสนิท นั่นหมายถึง พระเยซู ที่จะนำมรดกที่สูญเสียไปกลับมาได้ทั้งหมด ซึ่งนาโอมีกำลังผลักดันรูธให้ไปนอนใต้เท้าโบอาส ทั้งที่การทำแบบนี้ไม่ต่างจากคนบ้า แต่รูธก็ทำตามนั้น
ในพระคำ โรม 11:16-18 “ที่ที่ผมและพวกคุณจะได้ที่พึ่งพัก นั่นคือในพระองค์ พระเยซูได้ทำให้เราเป็นคนชอบธรรมอย่างสมบูรณ์ อย่าโดนหลอกเลยครับ ชนไปด้วยความเชื่อ เหมือนเมื่อกิ่งมะกอกเทศป่าได้ติดสนิทกับกิ่งมะกอกเทศแท้ก็เติบโตได้ หมายความว่า ไม่ใช่เราทำเองแต่เป็นพระเยซูที่ทำแทนเราทั้งหมด และเราไม่ใช่คนที่ถูกทิ้งอีกต่อไป” หลังจากจบประโยคที่เต็มไปด้วยจิตใจแห่งความเชื่อนี้ ผู้เข้าร่วมงานทุกคน ต่างพูดคำว่า ‘อาเมน’ จนกึกก้องห้องประชุม
ผู้ร่วมงานจำนวนมากเปิดใจรับด้วยความจริงใจ หลายคนได้รับการปลดปล่อยจากภาระที่กดทับในจิตใจ และพบกับความหวังใหม่ที่มั่นคงในพระเจ้า ตลอดทั้งวัน สมาชิกจากโบสถ์ข่าวประเสริฐได้มุ่งมั่นและทุ่มเททั้งจิตใจ ใช้เวลาอย่างมีคุณค่าในการสามัคคีธรรมกับผู้เข้าร่วมงานใหม่ เพื่อแบ่งปันความเข้าใจถึงจิตใจของพระเจ้าที่ทรงเมตตาต่อมนุษย์
แม้บางท่านจะมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดเตรียมงานและต้องทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย แต่ก็ยังจัดสรรเวลาเพื่อมาสามัคคีธรรมนอกตาราง ไม่ว่าจะเป็นช่วงหลังมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น หลายคนจะรีบกลับมาพูดคุย แม้จะมีเวลาเพียงไม่กี่นาที เพื่อช่วยเตรียมจิตใจให้พร้อมเปิดรับข่าวประเสริฐ

การนมัสการ การแสดงจากโรงเรียนลินคอล์น และวงประสานเสียงเซโนเร สร้างบรรยากาศแห่งความเชื่อ
หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือกิจกรรมนมัสการที่เปี่ยมด้วยชีวิต นักเรียนมัธยมจากโรงเรียนลินคอล์นได้นำการแสดงพิเศษที่แฝงด้วยสาระจากพระวจนะ ทำให้ผู้ชมเกิดความเข้าใจในพระเจ้าในมุมมองที่สดใหม่และสร้างสรรค์ ขณะเดียวกัน วงประสานเสียงเซโนเรก็ได้ถ่ายทอดบทเพลงสรรเสริญที่เต็มด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ พาผู้ฟังเข้าสู่บรรยากาศแห่งการสรรเสริญและการชื่นชมยินดีในพระเจ้าอย่างแท้จริง





งานประกาศข่าวดีที่สะท้อนจิตใจฟิลิปและขันทีชาวเอธิโอเปีย (กิจการของอัครทูต 8:27)
ก่อนการสัมมนาครั้งนี้ พระเจ้าทรงประทานจิตใจแห่งความเชื่อให้กับทีมผู้รับใช้ โดยย้ำเตือนถึงเหตุการณ์ในพระคัมภีร์ ที่พระเจ้าทรงใช้ฟิลิปไปพบกับขันทีชาวเอธิโอเปียอย่างอัศจรรย์ ครั้งนี้เช่นกัน พระเจ้าทรงประทานจิตใจแห่งความหวังว่าเราจะได้พบ “ขันที” ที่พระองค์จัดเตรียมไว้
ด้วยความเชื่อนั้น ทีมงานได้จัดทำใบปลิวกว่า 50,000 ใบ แจกจ่ายไปยังผู้คนในหลากหลายพื้นที่ เพื่อเชิญชวนให้มาร่วมงานสัมมนานี้ พาสเตอร์ฮักเชิล คิม ผู้รับใช้ประจำคริสตจักรข่าวประเสริฐ ประเทศไทย ได้หนุนใจด้วยจิตใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความรักจากพระเจ้า วางใจว่าพระองค์จะทรงนำผู้ที่พระองค์ทรงเลือกมาให้เราได้พบ เพื่อรับข่าวดีและพระคุณจากพระองค


ความประทับใจผู้เข้าร่วมงาน

นางโสภา สนิททองหลาง อายุ 55 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป จ. นครราชสีมา กล่าวว่าตนเข้าร่วมงานอบรมพระคัมภีร์ครั้งนี้เป็นครั้ง 3 และได้รับการชำระบาปผ่านทางพระคำ มัทธิว 7:17 “ต้นไม้ดีย่อมให้แต่ผลดี ต้นไม้เลวก็ย่อมให้ผลเลว” ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าตัวเองเป็นต้นไม้ดีมาโดยตลอด แต่พระคำบทนี้ทำให้ตนได้เห็นว่าตนเป็นต้นไม้เลว ผ่านทาง สามี ลูกและคนรอบข้าง ตนก็เป็นได้แต่คนชั่วร้ายที่แย่ยิ่งกว่าต้นไม้เลว นอกจากนี้ยังมีพระคำหนังสือนางรูธที่ตนประทับใจเพราะรู้สึกว่าตรงกับชีวิตของตน และหนังสือฮีบรู กล่าวว่า “พระองค์เสด็จเข้าไปในวิสุทธิสถานเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และพระองค์ไม่ได้ทรงนำเลือดแพะและเลือดลูกวัวเข้าไป แต่ทรงนำพระโลหิตของพระองค์เองเข้าไป และทรงสำเร็จการไถ่บาปชั่วนิรันดร์” ตนรู้สึกเหมือนพระเจ้าสะกิดตนให้ลงมา เพราะแต่ก่อนใช้ชีวิตที่เย่อหยิ่งแต่เพราะพระคำ ทำให้ได้เห็นความชั่วร้ายของตัวเอง และพระเจ้าได้เรียกให้กลับมาบ้าน ตนรู้สึกชัดเจนกับการชำระบาป โดยผ่านทางพระเยซูคริสต์ที่ตายบนไม้กางเขนเพื่อล้างบาป ทำให้ตอนก็ไม่มีบาปแล้วเช่นกัน

นางสาวนันท์วรัศ วงศ์ทิมน้อย (เดียร์) อายุ 30 ปี อาสาสมัครต่างประเทศประจำประเทศออสเตรเลีย รุ่นที่ 8 กล่าวว่า ตั้งแต่กลับจากการเป็นอาสาสมัครตนก็ทำงานที่โบสถ์มาโดยตลอด แต่เนื่องจากตนยังชำระบาปไม่ชัดเจน จึงทำให้ไม่ว่าจะทำอะไรก็มีปํญหาไปหมด การใช้ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณเองก็แปลก ๆ ทำให้ผู้รับใช้สังเกตเห็นและเรียกสามัคคีธรรมกินระยะเวลาเป็นเดือน ๆ แต่ก็ไม่เปลี่ยนแปลง เข้าใจอะไรก็ไม่ได้ คิดแต่ว่าถ้าฉันอยู่ที่นี่แล้วจะทำให้คนอื่นปิดใจอย่างนี้ งั้นชั้นก็ออกไปจากที่ดีกว่า
เป็นระยะเวลา 3 ปีที่ได้หันหลังให้พระเจ้า ในระหว่างนั้นก็เริ่มมีภัยพิบัติมากมายเข้ามาในชีวิต ด้านการทำงานก็ถูกไม่ให้ผ่านโปร และอีกปัญหาที่ใหญ่เลยคือ น้องชายติดยาเสพติด ทำให้ต้องใช้เงินเยอะมากในการส่งน้องไปสถานบำบัด เริ่มกู้หนี้ยืมสิน ทำให้มีปัญหาด้านการเงินเพิ่มเข้ามา แต่ตัวน้องชายเอง พอเข้าไปในสถานบำบัดแล้วกลับออกมา ก็ยังเป็นเหมือนเดิม เข้า ๆ ออก ๆ สถานบำบัดเป็นว่าเล่น เงินที่ต้องกู้ก็เพิ่มมากขึ้น จนล่าสุดเขากลับมาอยู่บ้าน ญาติ ๆ ทุกคนก็บอกว่าให้ปล่อยเขาใช้ยาไปเถอะ แค่ไม่อาละวาดก็พอแล้ว เมื่อปัญหารุมเร้าฝ่ายแม่เองก็เครียดจนเป็นซึมเศร้าและคิดอยากจะตาย ตนเห็นชัดเจนว่าชีวิตช่วงนั้นเป็นเหมือนนาโอมีที่ออกไปโมอับ ทุกอย่างมันพังพินาศไปหมดแล้ว หลงเหลือแต่ความตายเท่านั้น ตอนนั้นอยากกลับโบสถ์แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร จนได้รับสายโทรศัพท์จากสมาชิกว่าคริสตจักรของเราไปตั้งที่ชลบุรีแล้ว สร้างเสร็จแล้ว ให้ไปนมัสการวันอาทิตย์
เมื่อได้กลับมาได้ฟังพระคำและได้พบกับอาจารย์ดาวิด ก็ทำให้เริ่มเห็นความรักที่พระเจ้ามีต่อตน และเริ่มเข้ามาสามัคคีธรรมที่โบสถ์ จนวันหนึ่งได้ทราบว่าอาจาย์จากยูเครนและอาจารย์คิมก็จะมาเยี่ยมที่โบสถ์ อาจารย์ได้พูดกับตนว่า “บุตรคนเล็กได้กลับมาบ้านแล้ว และพ่อก็ได้เตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้วนะ ครอบครัวทั้งหมดของเธอก็จะได้รับความรอดนะ น้องชายก็จะได้รับความรอดเช่นกัน” ก็ได้แต่รับคำของอาจารย์อย่างนั้นเพราะถ้ามองจากสายตาของตนเองที่มองครอบครัวก็เห็นแต่ความตาย ครั้งนี้ได้สัมผัสความรักของพระเจ้าที่ชัดเจน มนุษย์อาจจะลืมเราแต่พระเจ้าไม่เคยลืมตนเลย มาตั้งโบสถ์ที่ชลบุรีให้และเรียกจิตวิญญาณของตนกลับมา และเตรียมทุกอย่างไว้พร้อม จากนั้นค่อยเรียกเรากลับมาให้รับพระคุณ และยังจะแลกคนทั้งชนชาติเพื่อไถ่คนอย่างหนูออกมาจากความบาป ความทุกข์ทรมานและภัยพิบัติครั้งนี้อีก อยากสรรเสริญและขอบคุณพระองค์มากค่ะ