
งานอบรมพระคัมภีร์การแบ่งปันความรักของพระเจ้าและความหวังในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย
งานอบรมพระคัมภีร์การแบ่งปันความรักของพระเจ้าและความหวังในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย
-งานอบรมพระคัมภีร์ประเทศไทย คนพุทธ-คริสต์ 720 คน ฟังข่าวประเสริฐ
-พาสเตอร์ฮีจิน พาร์ค แบ่งปันความรักของพระเจ้าผ่านพระคำ ฮีบรูบทที่ 10
-พระเยซูถูกตรึงกางเขน มอบชัยชนะและความรอดให้แก่มนุษย์ทุกคน
-ผ่านข่าวประเสริฐ ผู้รับใช้มีความหวังว่าประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลง และคนมากมายได้รับความรอด

เมื่อวันที่ 8-10 พฤศจิกายน 2567 ที่คริสตจักรข่าวประเสริฐกรุงเทพฯ ได้จัดงานอบรมพระคัมภีร์ประจำปี 2567 เป็นการรวมตัวของสมาชิกคริสเตียนและบุคคลทั่วไปผู้สนใจพื้นฐานของจิตใจผ่านทางพระคัมภีร์ ต่อเนื่องจากกิจกรรม World Camp 2024 โดยในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานอบรมทั้งหมด 720 คน แบ่งออกเป็น คนทั่วไป จำนวน 381 คน และสมาชิกจำนวน 339 คน จากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย ได้แก่ สระแก้ว, ชลบุรี, เชียงใหม่, เชียงราย, ตาก, ขอนแก่น, หนองคาย, บึงกาฬ, ประจวบคีรีขันธ์, พังงา, และกรุงเทพฯ อีกทั้งยังมีสมาชิกจากประเทศลาวและประเทศเมียนมา เข้าร่วมอีกด้วย


เนื่องจากประเทศไทย คนไทยนับถือศาสนาพุทธจำนวนมาก ผู้คนจึงไม่เคยได้ยินเรื่องพระเจ้าและพระคัมภีร์มาก่อน จึงต้องแบ่งการฟังพระคำห้องข่าวประเสริฐออกเป็นห้องสำหรับคนนับถือศาสนาพุทธ และคนนับถือศาสนาคริสต์ยกเว้นบางพื้นที่ เช่น คนจากจ.เชียงใหม่ และจ.เชียงราย ที่เคยได้ยินเรื่องราวในพระคัมภีร์มาบ้าง


งานนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีให้พวกเขาได้ฟังพระคำอย่างลึกซึ้งตลอดช่วงงานอบรม ผู้เข้าร่วมได้รับฟังพระคำที่อธิบายถึงพื้นฐานจิตใจของมนุษย์ ความบาปตั้งแต่สมัยปฐมกาล จนถึงทางแห่งความรอดที่นำความสุขแท้จริงมาสู่ชีวิต
โดยเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ที่อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก ในช่วงที่จัดงาน 2024 IYF World Camp Thailand ศิษยาภิบาลจากคริสตจักรอื่น จาก จ.เชียงใหม่ เชียงราย และตาก ได้สามัคคีธรรมกับพาสเตอร์อ็อกซู พาร์ค และได้ฟังข่าวประเสริฐ


ภายในงานได้มีการแสดงพิเศษจากวงประสานเสียงเซโนเรที่ขับร้องบทเพลงสรรเสริญอันไพเราะ ขับกล่อมจิตใจของผู้เข้าร่วมให้อ่อนโยนและสงบสุข เพื่อจิตใจที่พร้อมในการรับฟังคำเทศนาของอาจารย์
กิจกรรมพิเศษเพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้เห็นถึงจิตใจของตัวเองในกิจกรรมความสัมพันธ์ผ่านทางเกมคำใบ้จากท่าทางการสื่อสารและการกระทำเสริมสร้างพลังการเชื่อมต่อและความสุขในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ดั่งต้นสนเรดวูดที่รากแผ่กว้างเชื่อมต่อกันเพื่อความแข็งแรงในการเผชิญพายุลม การเชื่อมต่อเช่นนี้สร้างจิตใจที่แข็งแรงและมีความสุข

สำหรับ ห้องข่าวประเสริฐของชาวพุทธ พาสเตอร์ฮุนกี คิม เน้นปูพื้นฐานจิตใจ เรื่องของความบาปที่แท้จริง คือการที่มนุษย์รับมารเข้ามาเป็นเจ้านาย ซึ่งผิดพระประสงค์ของพระเจ้า เพื่อนำไปสู่การเข้าใจข่าวประเสริฐและความรอดที่พระเยซูทรงทำสำเร็จแล้วเพื่อมนุษย์ทุกคนบนโลกนี้ทั้งหมด ให้ได้รับการชำระล้างและความชอบธรรมนิรันดร์
โดยเริ่มตั้งแต่การเปิดพระคำใน ปฐมกาล 1:1 เพื่อชี้ให้เห็นถึงเหตุผล 2 อย่าง ในการสร้างมนุษย์ของพระเจ้า เหตุผลแรกคือเพื่อให้ปกครองสรรพสิ่ง และอีกเหตุผลคือตอนที่พระเจ้าสร้างมนุษย์ พระเจ้าสร้างด้วยดิน และระบายสิ่งที่เรียกว่าลมปราณ เป็นการสร้างตามวัตถุประสงค์ และอยากจะบรรจุจิตใจของพระเจ้าไปในมนุษย์
บาปที่ใหญ่ที่สุดสำหรับพระเจ้า คือ การรับมารเข้ามาเป็นเจ้านาย อดัมจึงถูกขับไล่มาสู่โลกนี้ จากอดัมก็มีลูกหลานเกิดตามมา และมีมารอยู่ในใจ เพราะอดัม บรรพบุรุษเรา ได้ทำให้คนทุกคนบนโลกนี้มีมารในจิตใจ โดยอีกชื่อของมารคือ ความบาป เหมือนเราเกิดเป็นคนไทย ลูกหลานเราก็เป็นคนไทย
ตอนที่เรามองตัวเอง เราจะมองว่ามีสิ่งที่ทำดี แต่เกณฑ์ที่พระเจ้ามอง คือ มนุษย์มีความบาป เพราะมีมารอยู่ในใจ

ยกตัวอย่างแก้วน้ำที่ผมถืออยู่ในมือ ตอนนี้ยังเป็นน้ำที่ดื่มได้ แต่ถ้าผมถุยน้ำลายลงไปในนี้แม้แต่นิดเดียว คนข้างๆ ผมก็ไม่ดื่มน้ำจากแก้วนี้
พระเจ้าบอกว่า คนที่มีบาป หรือมีมาร จะไม่สามารถเข้าไปในแผ่นดินของพระเจ้าได้ โดยไม่เกี่ยวว่า ทำบาปหรือไม่ เพราะความจริงคือ มนุษย์มีบาปในใจอยู่แล้ว และมีเจ้านายเป็นมาร ตามพระคำ คนที่มีมารจะต้องถูกโยนลงไปในบึงไฟนรก
“เราจึงต้องเปลี่ยนเจ้านายในจิตใจของเรา”
เพราะพระเจ้าทรงรักมนุษย์เรามาก เหมือนในยอห์น 3:16 “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์”

ส่วนห้องข่าวประเสริฐคริสเตียน พาสเตอร์ ซึงฮวัน ชิม ได้เน้นเรื่องของความเชื่อ โดยยกตัวอย่างเรื่องของลาซาลัส (ยอห์น 11) และลูกสาวของไยลัส (มาระโก 5:21) ตอนที่รับพระเยซูเข้ามาแล้วตอนนั้นก็สามารถฟื้นคืนชีวิตและได้รับความรอดได้
“ตอนที่ฟังพระคำพระเจ้า ถ้าเราจะมีความเชื่อต้องก้าวข้ามความคิดของตัวเอง แต่ส่วนใหญ่มีความคิดตัวเองเป็นศูนย์กลาง อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่โลกที่มีพระเจ้าเป็นศูนย์กลางก็จะเข้าใจความเชื่อ และสิ่งที่ไม่ตรงกับความคิดของเรานั้นคือความเชื่อ”
ลูกสาวของไยลัสตายแล้ว แต่เชื่อคำของพระเยซูว่าลูกสาวของตนยังไม่ตาย พระเยซูได้พูด หญิงเอ๋ยจงลุกขึ้นและเดินเถิด แล้วลูกสาวคนนั้นก็ลุกขึ้นและมีชีวิต ส่วนลาซารัสที่ป่วย เมื่อพระเยซูทรงบอกให้ลุก เขาก็เดินออกมาและมีชีวิต

ในพระคำ อิสยาห์ 55:8-9 บอกว่า ความคิดของพระเจ้าไม่เป็นความคิดของเจ้า ทั้งทางของเจ้าไม่เป็นวิธีของเรา พระเจ้าไม่เหมือนกับฉัน พระเจ้ากับทางของเราต่างกัน เหมือนฟ้ากับดิน ความคิดของเรามีขีดจำกัด ก็เลยเอาชนะบาป และปัญหาก็ไม่ได้ แต่พระเจ้าไม่มีขีดจำกัด พระเจ้าสามารถทำได้ทุกอย่าง เมื่อมีความคิดพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง เราสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเองได้ เมื่อมนุษย์ทิ้งทางของตัวเองและกลับไปหาพระเจ้า เราจะประสบการณ์ถึงโลกใหม่
“เราเกิดมาเป็นคนบาปพระเยซูไม่มีบาป เพื่อให้ความชอบธรรมของพระเยซู มาให้เรา พระเยซูทรงได้รับความบาปนั้นไป (เปโตร 2:24 ) ความบาป มีกฎของการต้องรับโทษ แต่พระเยซูทรงจ่ายโทษนั้นเเทนเรา”

ในช่วงพระคำหลัก พาสเตอร์ พาร์ค ฮีจิน ศิษยาภิบาลประจำคริสตจักรข่าวประเสริฐจากประเทศเกาหลี และผู้ดูแลคริสตจักรข่าวประเสริฐในพื้นที่เอเชียอาคเนย์ ได้บรรยายถึงถึงความรักของพระเจ้า โดยเน้นในพระคำฮีบรู บทที่ 10
ในฮีบรู 10:9-18 พระเจ้าทำงานผ่านทางพระเยซู โดยไม่เกี่ยวกับเรา เมื่อเราได้ค้นพบความจริงนี้ เราจะได้พบจิตใจของพระเจ้า ถ้าไม่ได้พบจิตใจนั้น เราจะถูกครอบครองด้วยความคิดว่าเราต้องทำอะไรบางอย่าง การใช้ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ คือการที่พระเจ้าทำงานผ่านทางเรา
พาสเตอร์อธิบายไปพร้อมกับการเปิดพระคำสุภาษิต 30:2-4 ที่บอกว่า การได้รับความรอดง่ายมาก ยกตัวอย่างแม่เหล็กที่มีพลังในการดึงดูดเหล็กเข้ามาสู่ตัว เหล็กที่มาติดแม่เหล็กก็จะมีพลังดึงดูดเหล็กอื่นเข้ามาด้วย ลองคิดว่าแม่เหล็กคือพระเยซู ที่สามารถชำระล้างความบาป รักษาคนให้หายโรค ทำให้คนตายฟื้นขึ้น เมื่อเราเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซู หลังจากนั้นจะมีพลังของพระเยซูเกิดขึ้นในเราเหมือนกัน ถ้าเราเอาใจของเราไปเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซู เราก็จะเป็นเหมือนกับพระเยซู เมื่อเราเอาใจไปร่วม ไม่ว่าเราจะมีนิสัย และใช้ชีวิตแบบไหนมา เราจะมีฤทธิ์เดชและการทำงานของพระเยซูเกิดขึ้น เราทำเพียงตัดสินใจเอาใจเราไปร่วมกับพระคำ
สัญญาใหม่ของพระเจ้าคือพระเยซู ที่ลงมาบนโลกนี้เพื่อทำให้บาปที่กั้นระหว่างเรากับพระเจ้าได้จบลง และตั้งพันธสัญญาใหม่ ให้เราสามารถพบพระเจ้าได้อย่างอิสระ ตามพระคำ ฮีบรู 10:10 โดยพระเยซูได้สิ้นพระชนม์บนกางเขน เพื่อชำระล้างบาปของมนุษย์นิรันดร์ ตั้งแต่ที่พระเยซูทำสำเร็จ พระเยซูก็ไปพักที่เบื้องขวาของพระเจ้า
ฮีบรู 10:14-17 โดยการถวายบูชาของพระเยซูเพียงครั้งเดียวได้ทำให้เราสมบูรณ์เป็นนิตย์ และเป็นคนที่บริสุทธิ์ โดยมีพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าได้ทรงเป็นพยานให้แก่เรา หลังจากที่พระเยซูทำสำเร็จ พระเจ้าก็จารึกความรอดในใจเรา ต่อให้เราใช้ชีวิตและหลงลืม แต่ใจนี้ก็ไม่เปลี่ยน เมื่อมีพันธสัญญาใหม่ถูกตั้งขึ้น พระเจ้าก็ไม่จดจำบาปของเราอีกต่อไป

ในช่วงสุดท้ายของพระคำหลัก พาสเตอร์ฮีจิน พาร์ค ได้แบ่งปันพระคำ มัทธิว 10:1-8 ที่บอกว่า พระเยซูได้ทรงเรียกสาวก 12 คนของพระองค์ แล้วได้สอนพระคำและชีวิตของพระเยซูจากนั้นให้ออกไปประกาศข่าวประเสริฐ เพื่อบอกว่าแผ่นดินสวรรค์เข้ามาใกล้แล้ว และให้ออกไปรักษาโรค และช่วยคนตายให้ฟื้น พร้อมย้ำว่า พวกท่านได้รับเปล่าๆ ก็ให้เปล่าๆ เพราะเรื่องนี้ทำให้เราได้รับความสมบูรณ์ และความชอบธรรม เมื่อเราได้รับความรอดมาเปล่าๆ (กิจการของอัครทูต 1:8) ก็จะมีพระวิญญาณมาอยู่เหนือเรา ฤทธิ์เดชของพระเยซูก็จะเข้ามาสู่เราด้วย เราที่อยู่ในพระเจ้าพระองค์นี้ ทุกอย่างจึงไม่ใช่ปัญหา และเราสามารถทำทุกอย่างได้ พระเจ้ามอบสิ่งนี้ให้เราเพื่อนำมาใช้ และยิ่งเราใช้สิ่งที่พระเจ้าให้มา พระเจ้าก็ยิ่งดีใจ
พาสเตอร์ฮีจิน พาร์ค ได้เปิดพระคำ กาลาเทีย 2:20 ควบคู่กับ ยอห์น 8:44 บอกว่า เราถูกตรึงบนกางเขนพร้อมกับพระเยซู โดยเราในที่นี่หมายถึงมาร เมื่อพระเยซูสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ตอนนั้นพระเจ้าก็ให้มารจบสิ้นในจุดนั้น และไม่สามารถมาครอบงำเราได้อีก จนเราได้รับการช่วยกู้ เราจึงมีพระวิญญาณของพระเยซูเข้ามา และใช้ชีวิตตามพระประสงค์ของพระเจ้า
ในอิสยาห์ 41:9-13 พระเจ้าบอกว่า พระเจ้าจับเราไว้ในมือขวาอันทรงฤทธิ์ของพระองค์ เพื่อไม่ให้ถูกมารซาตานลากไป และจะสู้แทนสิ่งที่เราต้องสู้ทั้งหมด ในชีวิตเราจะมีแค่ชัยชนะ และไม่ได้เป็นคนที่บกพร่อง เราจึง
นอกจากนี้ พาสเตอร์ได้ให้ทุกคนจะให้การบ้านกับทุกคนกลับตั้งแต่คืนนี้ก่อนนอน ให้อ่านพระคำอิสยาห์ 41:9-13 นี้ โดยใส่ชื่อตัวเองลงไป แทนคำว่าเรา และสามัคคีธรรมกับตัวเอง บอกว่า แม้เราจะดูบกพร่อง แต่พระเจ้าได้เลือกเราและยึดเราไว้ด้วยมือขวาของพระองค์ เมื่อตื่นขึ้นมาก็ให้อ่านพระคำนี้อีกรอบ เพื่อให้พระเจ้าเอาชนะมารซาตาน


หลังการฟังบรรยายในแต่ละช่วงจะมีช่วงเวลาที่ผู้เข้าร่วมได้พูดคุยและแบ่งปันเกี่ยวกับพระคำที่ได้ฟัง ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนความคิด ทำให้เข้าใจพระคำมากขึ้นและมีความสุขจากการหลุดพ้นจากความบาปในจิตใจ ซึ่งช่วยให้พวกเขามีโอกาสเชื่อมต่อกับคริสตจักรและใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในพระเจ้าต่อไป
สุดท้าย พาสเตอร์อธิษฐานผ่านทางข่าวประเสริฐที่เราได้รับ จะทำให้ประเทศไทยได้รับการเปลี่ยนแปลง และมีคนมากมายได้รับการชำระบาปมากมาย

“ได้มาร่วมอบรมครั้งนี้ถือเป็นพรของพระเจ้า เพราะตอนแรกจะไม่ได้มาเนื่องจากญาติเสีย แต่พอมาคิดดีๆว่าทำไมจะต้องมาเฝ้าคนที่ตายแล้วก็เลยตัดสินใจมาหาพระเจ้าดีกว่า โดยก่อนหน้านี้ใช้ชีวิตอยู่กับสามี มีทะเลาะกันตลอดเพราะสามีไม่เป็นหัวหน้าครอบครัว เลยใช้ชีวิตแบบคนเดียวไม่ต้องพูดหรือทำอะไรร่วมกับสามี แต่ในความเป็นจริงก็ต้องพึ่งพากันเพราะเป็นสามี ภรรยากัน ตอนที่มางานอบรมพระคัมภีร์ได้เห็นว่าตนชั่วร้ายกว่าสามีเพราะไม่ชอบและเกลียดสามีทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรให้ แต่พอได้รู้จักพระเจ้า พระเยซู ก็ต้องเชื่อว่าพระเยซูล้างบาปให้แล้ว ทำให้เราเป็นคนชอบธรรม จึงตัดสินใจว่าต้องเชื่อพระคัมภีร์เท่านั้น ถ้าใช้ชีวิตโดยไม่มีพระคัมภีร์ก็จะใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ อยากทำอะไรก็ทำ วันนี้ที่ได้มาร่วมงานก็ขอบคุณพระเจ้า สรรเสริญพระองค์ เพราะพระเจ้าบอกว่าล้างบาปให้เพียงครั้งเดียว เราก็เป็นคนชอบธรรมได้ เชื่อเท่านั้น ตอนนี้ก็เชื่อว่าตนชอบธรรม บริสุทธิ์ ไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ว เชื่อเท่านั้นแล้วพระเจ้าจะสถิตย์กับเราเสมอ” นางอัมพร พรรัตนศรีกุล (แอ๊ด) อายุ 52 จ.เชียงใหม่ กล่าว

คุณรุ่ง จันจินดา อายุ 50 ปี จ.ตาก กล่าวว่า “จอนวัยรุ่นใช้ชีวิตเสเพล มีจิตใจที่เชื่อตัวเองไม่สนใจว่าพ่อแม่จะพูดหรือสั่งสอนอะไร จนตอนอายุ 13 ปีได้ไปเสพยากับเพื่อนๆ ใช้ชีวิตเกเร ไม่เรียนหนังสือ แต่สุดท้ายมีเสียงเข้ามาว่าเสพแล้วทำไมไม่ขาย ถ้าขายยาจะได้เงินเยอะ จึงตัดสินใจขายยาเสพติด แล้วถูกจับกุม ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต หลังจสกที่ได้ทำงานแบบนี้ มีเงินทองแต่ไม่มีความสุข เมื่อเข้าไปในเรือนจำ ชีวิตสิ้นหวัง ภรรยาไปมีแฟนใหม่ ลูกก็เพิ่งเกิด อยู่ในเรือนจำกินไม่ นอนไม่หลับ จนวันหนึ่งมีคนมาบอกให้ไปหาพระเยซูคริสต์ พระองค์ช่วยได้ จึงสงสัยว่าพระเยซูคือใคร เพราะรู้จักแต่พระเยซูที่อยู่บนต้นไม้ เลยตัดสินใจมาทางใหม่ เพราะทางเก่ามันไม่ไปข้างหน้า จึงได้มีโอกาสมารู้จักกับพระเยซู เมื่อรู้จักแล้ว ได้รับพระคัมภีร์ไบเบิ้ล รู้สึกว่าจิตใจโล่งสบาย นอนหลับแล้ว ก็รู้สึกขอบคุณพระเจ้าและตัดสินใจที่จะต้อนรับและติดตามพระเยซูมา 12 ปี ถึงแม้ว่าจะติดตามพระเยซูคริสต์แต่จิตใจไม่เปลี่ยน ยังคงทำบาปเหมือนเดิม ชีวิตจึงยังเหมือนเดิม จนได้รับตัดสินคดีเพิ่ม ตอนนั้นรู้สึกกล่าวโทษกับพระเจ้าเพราะตนติดตาม รับใช้พระเจ้าแต่กลับถูกจำคุกเพิ่ม ต่อมาตนถูกย้ายมาเรือนจำกลางจังหวัดระยอง ได้พบกับพระเยซูคริสต์ที่แท้จริง ได้อ่านหนังสือ “ความลับของการชำระบาป” ที่เขียนโดยอาจารย์อ็อกซู พาร์ค
สิ่งที่ได้รับจากการอ่านหนังสือเล่มนี้คือ หัวใจผมพังทลาย จากที่คิดว่าตนเองเก่ง เชื่อมั่นในตัวเองมาก แต่สุดท้ายผมไม่มีอะไร ไม่สามารถทำอะไรได้เลย สุดท้ายจึงได้รับการชำระบาป รู้สึกขอบคุณพระเจ้า หลังได้รับการชำระบาปตนได้เข้าไปสู่เขตคุมขังมั่นคง แต่สุดท้ายพระเจ้าให้ได้ลงมาซึ่งไม่เคยมีใครที่ขึ้นไปแล้วลงมาได้ วันนี้ชีวิตมีสันติสุขแล้วที่ได้ดำเนินตามพระเจ้า และที่สำคัญที่สุดคือ ผมไม่มีบาปแล้ว
ในพระคัมภีร์ฮีบรูบทที่ 10 ข้อที่ 10 ว่า “และโดยน้ำพระทัยนั้นเองที่เราทั้งหลายได้รับการทรงชำระให้บริสุทธิ์ โดยการถวายพระกายของพระเยซูคริสต์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น” พระคัมภีร์ข้อนี้เข้ามาในใจ ไม่มีบาปอีกแล้ว ขอบคุณพระเจ้า ผมมีความสุขมากครับ และดีใจอีกเรื่องที่วันนี้ได้มีโอกาสมาเข้าร่วมงานอบรม หลังจากอธิษฐานมา 6 ปีให้ได้พบอาจารย์อ็อกซู พาร์ค และได้มานั่งฟังข่าวประเสริฐที่โบสถ์นี้ เพราะข่าวประเสริฐช่วยเติมกำลังในการใช้ชีวิตประกาศข่าวประเสริฐไปพร้อมกับพี่น้องสมาชิก“