
”อย่าปิดใจเลย เพราะพระเจ้าจะทรงเปลี่ยนให้เกิดผลดี” งานสัมมนาพระคัมภีร์ที่เติมความหวังให้ชีวิต
ท่ามกลางความวุ่นวายของโลก ณ ขณะนี้ พระเจ้าทรงเมตตาพี่น้องสมาชิกโบสถ์ไทย ให้ได้รับจิตใจใหม่ผ่านผู้รับใช้จากประเทศโกตดิวัวร์ เรียนรู้การก้าวข้ามความยากลำบากผ่านเรื่องราวชีวิตของหญิง 5 คนในพงศ์พันธุ์ของพระเยซูที่เพียงเพราะไม่ปิดใจจึงได้รับพระพรจากพระเจ้า

เมื่อวันที่ 15 ถึง 17 พฤษภาคม 2026 คริสตจักรข่าวประเสริฐ กรุงเทพ ได้จัดงานอบรมพระคัมภีร์ เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกจากทั้งกรุงเทพมหานคร ต่างจังหวัด และผู้ที่สนใจได้เรียนรู้แนวทางการแก้ไขปัญหาทางใจผ่านพระคัมภีร์ไบเบิล โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 500 คน

ผู้เข้าร่วมงานต่างเปิดใจกับการแสดงร้องเพลงประสานเสียงและการแสดงดนตรีของวงเซโซรี กับบทเพลงสรรเสริญที่มีความหมายสื่อถึงความรักของพระเจ้า อย่างเช่นเพลง God will make a way (พระเจ้าจะทรงเปิดทาง) เพลง The Love of God is greater far (ความรักของพระเจ้านั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าจะบรรยายได้) และการแสดงอื่น ๆ ซึ่งช่วยขับกล่อมจิตใจให้พร้อมกับการรับฟังพระคำ


พาสเตอร์จองโด ลี ศิษยาภิบาลคริสตจักรข่าวประเสริฐ ประจำสาธารณรัฐโกตดิวัวร์ ได้ถ่ายทอดพระคำอย่างลึกซึ้ง ด้วยแกนหลักของการเทศนาที่ตั้งมั่นอยู่บนหัวใจสำคัญว่า “พระวาทะคือสัจจะ” ที่มนุษย์ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน เพราะทุกสิ่งที่บันทึกไว้ในพระคำล้วนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการใช้ชีวิตอย่างไม่สูญเปล่าบนโลกนี้ พาสเตอร์ได้เชื่อมโยงสู่พระธรรมโคโลสี 3:1-4 เพื่อชี้ให้เห็นว่า “เราได้ตายแล้ว” และชีวิตที่แท้จริง “ถูกซ่อนไว้กับพระคริสต์ในพระเจ้า” บนสวรรค์เรียบร้อยแล้ว ท่านกล่าวว่า “พระเจ้าทรงประสงค์จะช่วยคนที่กำลังถูกหลอกให้มองเห็นว่า ตัวตนที่แท้จริงของเราไม่ได้อยู่บนโลกที่เต็มไปด้วยความทุกข์นี้ แต่อยู่ในพระองค์”


ในการบรรยาย พาสเตอร์ได้ยกตัวอย่างชีวิตของหญิง 5 คนในพงศ์พันธุ์ของพระเยซู ได้แก่ ทามาร์ ราหับ รูธ บัทเชบา และมารีย์ ซึ่งมีจุดร่วมกันคือ “การไม่ปิดใจ” ต่อสิ่งที่พระเจ้าอนุญาตให้เกิดขึ้น แม้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดหรือสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพราะเชื่อมั่นว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น และพระองค์จะทรงเปลี่ยนภัยพิบัติให้กลายเป็นพระพร ท่านย้ำว่า “อย่าปิดใจเลย เพราะพระองค์จะทรงทำงานต่อ และเปลี่ยนชีวิตเราให้ได้รับผลดีได้อย่างแน่นอน”

พาสเตอร์ยังได้แบ่งปันคำพยานที่ต้องเผชิญกับความทุกข์อย่างหนักในประเทศโกตดิวัวร์ ทั้งความยากจน โรคภัย และการสูญเสียลูก ซึ่งทำให้ท่านได้ค้นพบความจริงจากพระคำ เยเรมีย์ 45:1-5 ว่า มนุษย์ทุกคนย่อมเจอกับเรื่องราวร้าย ๆ เมื่อใช้ชีวิตบนโลกนี้ แต่พันธสัญญาที่สำคัญที่สุดคือ “เมื่อเรามีชีวิตอยู่เพื่อพระเจ้า พระองค์จะทรงรับผิดชอบและมีชีวิตอยู่เพื่อเรา” มนุษย์จึงควรหยุดเชื่อความคิดของตนเองที่มักหลอกให้เราใช้ชีวิตเพื่อตัวตนเก่าที่ตายไปแล้ว แล้วหันมาฟังพระคำของพระเจ้า แล้วความกลัว ความสิ้นหวัง และภาระในใจก็สามารถถูกเปลี่ยนเป็นความหวังได้ นี่คือชัยชนะที่พระเจ้าได้มอบให้แก่คริสเตียนทุกคน การเทศนาพระธรรมของพาสเตอร์ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นทรงพลัง เปี่ยมด้วยความเชื่อและการยกตัวอย่างที่เข้าใจง่าย ทำให้ผู้ฟังสามารถเข้าใจความหมายของพระคำและสัมผัสได้ถึงจิตใจของพระเจ้าอย่างลึกซึ้ง ผู้เข้าร่วมจำนวนมากต่างตั้งใจฟัง พร้อมเปิดใจรับพระคำที่ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยความเชื่อ ทำให้การอบรมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเรียนพระคัมภีร์ แต่เป็นช่วงเวลาแห่งการสัมผัสพระคำและจิตใจของพระเจ้าอย่างแท้จริง

ซาโมนิมซุกฮี คิม ภรรยาของพาสเตอร์ ได้แบ่งปันคำพยานอันลึกซึ้งถึงการทำงานของพระเจ้าท่ามกลางช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดในชีวิต โดยได้เล่าย้อนกลับไปในช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งครอบครัวต้องแยกจากกันไปคนละประเทศ ทำให้ความสัมพันธ์กับสามีอยู่ในจุดที่คิดว่า “สามีได้ตายไปจากใจของฉันแล้ว”


แม้ต้องเผชิญสงคราม ความสูญเสีย และปัญหาในครอบครัว พระเจ้าทรงใช้ช่วงเวลาแห่งความทุกข์เปิดประตูสู่ “โลกใบใหม่” ผ่านพระคำและการดูแลของผู้รับใช้ จนซาโมนิมได้รับกำลังใจผ่านเรื่องราวของ “ยาเบส” ใน 1 พงศาวดาร 4:9-10 ผู้ที่เกิดมาพร้อมความเจ็บปวด แต่พระเจ้าทรงเปลี่ยนชีวิตให้กลายเป็นผู้ที่มีเกียรติ และทำให้เห็นว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะพระเจ้าต้องการ “ขยายเขตแดนแห่งใจ” ให้พร้อมสำหรับงานของพระองค์ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
ปัจจุบัน ครอบครัวของผู้รับใช้ก็ได้อยู่ร่วมกันในคริสตจักรประจำประเทศสาธารณรัฐโกตดิวัวร์ และประเทศในกลุ่มผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศสก็ได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนมีมากกว่า 105 แห่ง ซึ่งซาโมนิมเชื่อว่าเมล็ดพันธุ์แห่งพระคำที่พระเจ้าทรงหว่านไว้ในใจมนุษย์จะเติบโตและเกิดผลตามเวลาของพระองค์อย่างแน่นอน

