ผู้วินิจฉัย 16:23-31
รับฟังผ่านYouTube : https://www.youtube.com/live/Ba6Y3uIV98c?si=hoIbGormS79yd7Vl

“ฝ่ายเจ้านายฟีลิสเตียประชุมกัน เพื่อถวายเครื่องสัตวบูชายิ่งใหญ่แก่พระดาโกน พระเจ้าของเขาทั้งหลายและชื่นชมยินดี เพราะเขากล่าวว่า “พระของเราได้มอบแซมสันศัตรูของเราไว้ในมือเราแล้ว” เมื่อประชาชนเห็นแซมสันก็สรรเสริญพระของตนว่า “พระของเราได้มอบศัตรูผู้รังควานแผ่นดินของเราไว้ในมือของเรา และเขาฆ่าพวกเราเสียเป็นอันมาก” เมื่อจิตใจของเขาร่าเริงเต็มที่แล้ว เขาจึงพูดว่า “จงเรียกแซมสันมาเล่นตลกให้เราดู” เขาจึงไปเรียกแซมสันออกมาจากเรือนจำ แซมสันก็มาเล่นตลกต่อหน้าเขา เขาพาท่านมายืนอยู่ระหว่างเสา แซมสันจึงบอกเด็กที่จูงมือตนมาว่า “ขอพาฉันให้ไปคลำเสาที่รองรับตึกนี้อยู่ ฉันจะได้พิงเสานั้น” มีผู้ชายและผู้หญิงอยู่เต็มตึกนั้น เจ้านายฟีลิสเตียก็อยู่ที่นั่นทั้งหมด นอกจากนั้นยังมีชายหญิงประมาณสามพันคนบนหลังคาตึก ดูแซมสันเล่นตลก ฝ่ายแซมสันก็ร้องทูลต่อพระเจ้าว่า “ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงระลึกถึงข้าพระองค์ ขอประทานกำลังแก่ข้าพระองค์ครั้งนี้อีกครั้งเดียว เพื่อข้าพระองค์จะได้แก้แค้นคนฟีลิสเตียเพื่อตาข้างหนึ่งใน สองข้างของข้าพระองค์” แซมสันก็กอดเสากลางสองต้นที่รองรับตึกนั้นไว้ และพักพิงที่เสานั้น มือขวายันเสาต้นหนึ่ง มือซ้ายยันเสาอีกต้นหนึ่ง แซมสันกล่าวว่า “ขอให้ข้าตายกับคนฟีลิสเตียเถิด” แล้วก็โน้มตัวลงด้วยกำลังทั้งสิ้นของตน ตึกนั้นก็พังทับเจ้านาย และประชาชนทุกคนที่อยู่ในนั้น ดังนั้นคนที่ท่านฆ่าตายเมื่อท่านตายนี้ก็มากกว่าคนที่ ท่านฆ่าตายเมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ แล้วพี่น้องและครอบครัวบิดาของท่านก็ ลงมารับศพของท่านไปฝังไว้ระหว่างโศราห์กับเอชทาโอล ในที่ฝังศพของมาโนอาห์บิดาของท่าน ท่านได้วินิจฉัยอิสราเอลอยู่ยี่สิบปี”

ในตอนที่ใช้ชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ จะมีตอนที่เราทำผิด ทำบาป หรือมืดจากการทดลอง บ่อยครั้งคนส่วนใหญ่จะตัดสินใจด้วยตัวเอง หรือจมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย ตอนนั้นจึงจะต้องการโบสถ์ และพี่น้องสมาชิก

ครั้งหนึ่งอาจารย์พาร์คเดินทางไปที่สหรัฐอมเริกา มีอาจารย์คนหนึ่งที่มืด จึงไม่ยอมมาพบอาจารย์พาร์ค อาจารย์พาร์คจึงโทรหา เขาบอกว่า มีความบาปที่เขาเคยทำปรากฏ แต่รับคำตักเตือนจากสมาชิกและอาจารย์ท่านอื่นไม่ได้ และรู้สึกว่ายากลำบากกับการเผยแพร่ เขาจึงมีใจว่าอยากจะเลิกรับใช้พระเจ้า และกลับไปสู่ทางโลก ตอนที่เขาจมกับความคิดนี้ อาจารย์พาร์สามัคคีธรรมกับเขาในพระคำ

เยเรมีย์ 18:7-9
“ถ้าเวลาใดก็ตามเราประกาศ เกี่ยวกับประชาชาติหนึ่งหรือราชอาณาจักรหนึ่งว่า เราจะถอนและพังและทำลายมันเสีย และถ้าประชาชาตินั้น ซึ่งเราได้ลั่นวาจาไว้เกี่ยวข้องด้วย หันเสียจากความชั่วของตน เราก็จักกลับใจจากโทษ ซึ่งเราได้ตั้งใจจะกระทำแก่ชาตินั้นเสีย และถ้าเวลาใดก็ตาม เราได้ประกาศเกี่ยวกับประชาชาติ หนึ่งหรือราชอาณาจักรหนึ่งว่า เราจะสร้างขึ้นและปลูกฝังไว้”

เมื่อเราได้เห็นความชั่วร้ายนี้อย่างชัดเจน และได้หันกลับไปหาพระเจ้า ขอพระเจ้าให้จิตใหม่กับเรา ผู้รับใช้ท่านนี้จึงมีใจหันกลับ และเชื่อในพระคำนี้ สุดท้ายจิตใจเขาก็สว่างขึ้น เมื่อเราอ่านพระคำ เราก็สามารถหลุดพ้นจากปัญหาได้

ในพระคำที่ได้อ่านวันนี้ เป็นตอนที่แซมสันล่วงประเวณีกับเดลิลาห์ จนถูกควักลูกตา และโม่แป้งในคุก คนฟิลิสเตีย เตรียมจะเรียกออกมาจากคุกเพื่อมาเล่นตลก ในสถานที่ถวายเครื่องบูชา ตอนนั้นแซมสันจมในความคิดว่า โอกาสนี้ที่จะได้ใช้กำลังอีกครั้ง เพราะผมเขางอกใหม่ระหว่างอยู่ในคุก ซึ่งเขาได้ดึงเสาวิหาร จนอาคารพังลงมาทับทุกคนตายหมดรวมถึงแซมสันด้วย ความจริงพระเจ้าให้กำลังกับเขา แต่เขากลับใช้กำลังนั้นเพื่อปกป้องตัวเอง และต้องการฆ่าคนที่ควักลูกตาเขา จนตายอย่างน่าสมเพช

ในจิตใจของแซมสัน มีตัวเองเป็นกษัตริย์ทจึงทำตามสิ่งที่เห็นว่าดี แต่สิ่งนั้นกลับฆ่าตัวเอง คือ จะมีตอนที่เราเป็นกษัตริย์ กับตอนที่พระเยซูเป็นกษัตริย์ เมื่อพระเจ้าอนุญาต ให้เราทำบาป และให้เราใช้ชีวิตเพื่อเอง ยังไม่เบื่ออีกหรือ ควรจะถึงเวลาหันกลับมาหาพระเจ้าได้แล้ว

ถ้าจิตใจแซมสันมีผู้รับใช้ของพระเจ้า เขาจะได้สามัคคีธรรมและเห็นว่าคำพูดของเดลิลาห์ คือคำโกหก และให้กลับใจมาหาพระเจ้าได้แล้ว เมื่อมีกำลังใหม่ ก็ฆ่าคนฟิลิสเตียให้หมดเพื่อทำให้คนอิสราเอลเป็นอิสระ และสร้างพระวิหารของพระเจ้า

1 ซามูเอล 2:25
“ถ้ามนุษย์คนใดกระทำผิดต่อมนุษย์ด้วยกัน พระเจ้าจะทรงวินิจฉัยให้เขา แต่ถ้ามนุษย์กระทำบาปต่อพระเจ้า ใครจะทูลขอเพื่อเขาได้เล่า” แต่เขาทั้งสองหาได้ฟังเสียงบิดาของเขาไม่ เพราะว่าเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าที่จะทรงประหารเขาเสีย”

ลูกชาย 2 คนของเอลีย์ ได้ล่วงประเวณี แต่กลับไม่ฟังคำตักเตือนจากพ่อ และคนรอบข้าง เหมือนกับเราที่ดื้อ และไม่ฟังคำตักเตือนคนรอบข้าง

กิจการ 9:36-37
“ในเมืองยัฟฟามีหญิงคนหนึ่งเป็นศิษย์ ชื่อทาบิธา ตามภาษากรีกว่าโดรคัสแปลว่าเนื้อสมัน หญิงคนนี้เคยกระทำการอันเป็นคุณประโยชน์และให้ทานมามากแล้ว ระหว่างนั้นหญิงคนนี้ก็ป่วยลงจนถึงแก่ความตาย เขาจึงอาบน้ำศพวางไว้ในห้องชั้นบน”

เปโตร ได้ทำการอัศจรรย์นี้ ทั้งที่เมื่อก่อนไม่มีฤทธิ์อำนาจนี้ เมื่อพระเยซูเข้ามาเป็นกษัตริย์ เขาจึงแตกต่างจากสมัยก่อน และเป็นอัครสาวกของพระเจ้าที่ยิ่งใหญ่ พระเจ้าอยากใช้งานแซมสันเหมือนเปโตร แต่ไม่ได้ถูกใช้ เพราะตัวเองเป็นกษัตริย์ เหมือนกับเราที่มีเวลา มีกำลัง และมีเงิน แต่ใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อตัวเอง เพราะมีตัวเองเป็นกษัตริย์

กาลาเทีย 2:20
“ข้าพเจ้าถูกตรึงไว้กับพระคริสต์แล้ว ข้าพเจ้าเองไม่มีชีวิตอยู่ต่อไป แต่พระคริสต์ต่างหากที่ทรงมีชีวิตอยู่ในข้าพเจ้า ชีวิตซึ่งข้าพเจ้าดำเนินอยู่ในร่างกายขณะนี้ ข้าพเจ้าดำเนินอยู่โดยศรัทธาในพระบุตรของพระเจ้า ผู้ได้ทรงรักข้าพเจ้า และได้ทรงสละพระองค์เองเพื่อข้าพเจ้า”

การที่เราได้รับการบังเกิดใหม่ หมายถึง กำลัง เวลา และทุกอย่างของเรา ต้องใช้เพื่อข่าวประเสริฐ เมื่อนั้นพระเจ้าจะรับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเรา เมื่อเราไม่มีเงิน พระเจ้าที่เป็นพระบิดาจะให้เงินกับเรา และเมื่อป่วย พระเจ้าจะให้หมอที่ดีที่สุดกับเรา