
นมัสการวันพุธ 19/02/2025 ผู้วินิจฉัย 20:12-16
ผู้วินิจฉัย 20:12-16
รับฟังผ่านYouTube : https://www.youtube.com/live/nyieQhKpbQY?si=C3DyqPWcY3miD2_c
“เผ่าคนอิสราเอลก็ส่งคนไปทั่วเผ่าคน เบนยามินบอกว่า “ทำไมการชั่วช้านี้จึงเกิดขึ้นมาได้ในหมู่พวกท่าน เหตุฉะนั้นจงมอบชายอันธพาลในเมืองกิเบอาห์ มาให้เราประหารชีวิตเสีย จะได้กำจัดความชั่วเสียจากคนอิสราเอล” แต่คนเบนยามิน ไม่ยอมฟังเสียงคนอิสราเอลพี่น้องของตน คนเบนยามินก็ออกมาจากบรรดาหัวเมืองเข้า ไปสู่กิเบอาห์พร้อมกัน เพื่อยกออกไปกระทำสงครามกับคนอิสราเอล คราวนั้นคนเบนยามินรวมจำนวนทหารถือดาบออกจาก บรรดาหัวเมืองได้สองหมื่นหกพันคน นอกจากชาวเมืองกิเบอาห์ ซึ่งนับทหารที่คัดเลือกแล้วได้เจ็ดร้อยคน ในจำนวนทั้งหมดนี้มีคนที่คัดเลือกแล้วเจ็ดร้อยคน ถนัดมือซ้ายทุกคนเอาสลิงเหวี่ยงก้อนหินให้ถูกเส้นผมได้ ไม่ผิดเลย”
คนบนโลกนี้ เมื่อมีความลำบากเกิดขึ้นหรือเจอภัยพิบัติ คนส่วนใหญ่จะตัดสินไปตามความคิดของตัวเองทุกอย่าง โดยไม่รู้ว่านี่คือสิ่งที่โง่เขลาและชั่วร้าย
ตามปกติคนเลวีไม่ควรมีภรรยาน้อย เพราะต้องทำหน้าที่ปรนนิบัติพระเจ้า และเป็นคนทำพิธีถวายบูชาเพื่อให้มนุษย์คืนดีกับพระเจ้า
ผู้วินิจฉัย 19:25
“แต่คนเหล่านั้นไม่ยอมฟังเสียง ชายคนนั้นจึงฉวยภรรยาน้อยของตนผลักนางออกไปให้เขา เขาก็สมสู่ทำทารุณตลอดคืนจนรุ่งเช้า พอรุ่งสางๆ เขาทั้งหลายก็ปล่อยนางไป”
ระหว่างที่พาภรรยาน้อยกลับจากบ้านพ่อตา เมื่อกลัวว่าตัวเองจะถูกข่มขืน จึงผลักภรรยาน้อยออกไปให้แก๊งอันธพาลกระทำทารุณ และสมสู่แทน สุดท้ายก็เสียชีวิต ต่อมาเขาได้นำร่างภรรยาน้อยกลับมาที่บ้าน และหั่นออกเป็น 12 ส่วน เพื่อส่งให้คนอิสราเอล 12 เผ่า ตอนแรกที่ผมอ่านก็ไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น ความจริงคนเลวีคนนี้ต้องยอมรับว่าเขาผิด และกลับทำแบบนี้ หมายความว่า เขาไม่ยอมรับว่าตัวเองผิด และกลับบอกว่าแก๊งอันธพาลทำภรรยาน้อยเขา ทั้งที่เขาคือคนผลักภรรยาน้อยออกไปแทนตัวเอง
คนเบนยามินไม่ยอมฟังเสียงพี่น้องของตน เพราะมีทหาร 26,000 คน และมีกลุ่มคนที่ใช้สวิงเขวี่ยงเส้นผมได้ การเชื่อในกำลังที่ตัวเองมี และเย่อหยิ่งเช่นนี้ จึงทำให้กล้าตัดสินใจสู้กับทหารอิสราเอล 400,000 คน ปรากฏว่า วันแรกและวันที่สอง คนอิสราเอลตายไปจำนวนมาก แต่วันต่อมาคนเบนยามินเริ่มตาย สุดท้ายการรบครั้งนี้ตายไป 25,000 คน เมื่อรวมทั้งสองฝ่าย ตายไป 65,000 คน จุดเริ่มต้นทั้งหมดมาจากการที่คนเลวีมีเมียน้อย
หมายความว่า เรามีใจที่ปกป้องตัวเรา อวดตัว และเย่อหยิ่ง พระเจ้าจึงตรัสว่าต้องถูกประหาร แต่เราไม่ฟังสิ่งที่พระเจ้าพูด ยกตัวอย่างสามีภรรยาทะเลาะกัน ก็จะไม่ยอมรับว่าตัวเองผิด และใช้ชีวิตปิดใจกัน โดยไม่เห็นว่าตัวเองได้ฆ่าคน 65,000 คน ในใจเรา บางครั้งรู้สึกว่า คนอื่นทำงานดี ซื้อบ้าน ซื้อรถ เราจะมีความอิจฉา จิตใจนี้เป็นเหมือนความบาปที่ฆ่าคน 65,000 คน
อิสยาห์ 42:24
“ใครมอบยาโคบให้แก่ผู้ริบ และอิสราเอลให้แก่ผู้ปล้น ไม่ใช่พระเจ้าหรือ ผู้ซึ่งเราได้ทำบาปต่อ ซึ่งเขาไม่ยอมดำเนินในทางของพระองค์ และซึ่งเขามิได้เชื่อฟังพระธรรมของพระองค์”
บางครั้งตอนทำงาน หัวหน้าตำหนิ หรือขัดใจกับเพื่อนร่วมงาน ก็จะมีใจเกลียดชัง ซึ่งพระเจ้าให้เราพบเรื่องนี้ และถ้าเชื่อว่าพระเจ้าอนุญาตให้เกิดขึ้นก็ต้อง คุกเข่าต่อหน้าพระเจ้า การที่คนเลวีทำแบบนี้เพราะคิดว่าตัวเองเป็นกษัตริย์
อธิบายง่าย ๆ คือ สมมติเราได้รับการดูถูก ดูหมิ่น ถูกขโมย หรือถูกล่วงประเวณี ถ้าเชื่อว่าพระเจ้าอนุญาตให้เกิดขึ้น ก็ต้องออกไปหาพระเจ้า แต่หากเชื่อในกำลัง และความถูกต้องของตัวเอง ก็จะสู้เอง และเกลียดคนที่เกลียดเรา จนเสียเวลาไปมากมาย และโยนความผิดให้คนอื่น
โรม 1:30-31
“ส่อเสียด เกลียดชังพระเจ้า เย่อหยิ่งจองหอง อวดตัว ริทำชั่วแปลกๆ ไม่เชื่อฟังบิดามารดา โง่เขลา กลับสัตย์ ไม่มีความรักกัน ไร้ความปรานี”
บางครั้งเราอาจจะทำอะไรชั่วก็จริง แต่ไม่คิดว่าทำชั่วต้องถูกประหารชีวิต บราเธอร์คนหนึ่งถูกเพื่อนโกงเงิน 10 ล้านบาท เมื่อมาหาอาจารย์พาร์ค อาจารย์พาร์คได้บอกว่า ถ้าเขาเปลี่ยนใจ จะได้เงินคืน ต่อมาเขาได้ยอมออกมาอยู่ต่อหน้าพระเจ้า และเห็นว่าตัวเองเป็นคนที่ชั่วร้ายเช่นกัน ไม่นานก็มีเงินเข้ามาในบัญชี 7 ล้านบาท
สิ่งสำคัญคือ ถ้าเชื่อว่าสิ่งนี้พระเจ้าอนุญาต ก็ต้องเปลี่ยนใจ แต่คนเราเปลี่ยนไม่ได้เพราะเราไม่คิดว่าเป็นสิ่งที่พระเจ้าอนุญาต และคิดว่าเป็นเพราะคนนั้นโกง ตรงกันข้าม หากลองคิดว่าพระเจ้าเอาเงินไป ก็ไม่มีทางที่เราจะเอาชนะได้
โรม 2:1
“เหตุฉะนั้น มนุษย์เอ๋ย ไม่ว่าท่านจะเป็นใคร เมื่อท่านกล่าวโทษผู้อื่นนั้น ท่านไม่มีข้อแก้ตัวเลย เพราะเมื่อท่านกล่าวโทษผู้อื่น ท่านก็ได้กล่าวโทษตัวเองด้วย เพราะว่าท่านที่กล่าวโทษเขา ก็ยังประพฤติอยู่อย่างเดียวกับเขา”
ถ้าเชื่อว่าเราก็เป็นแบบเขา เราจะไม่สามารถเกลียด และตัดสินคนนั้นด้วย แล้วความจริงเรามีดีอะไรหรือ เพราะเราเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความชั่วร้ายทุกคน ไม่ว่าจะคนเลวี ภรรยาน้อย และคนอันธพาล ดูเหมือนว่า กระทำไม่เหมือนกัน แต่ความจริงใจของทุกคน คือใจเรา
โรม 3:4
“หามิได้เลย ถึงแม้ทุกคนจะอสัตย์ ก็ขอให้พระเจ้าทรงสัจจะเถิด ตามที่พระคัมภีร์เขียนไว้ว่า เพื่อพระองค์จะได้ปรากฏว่า ทรงเป็นผู้สัตย์ธรรมในพระดำรัสทั้งหลายของพระองค์และทรงมีชัยเมื่อเขาวินิจฉัยพระองค์”
ถ้าเราเชื่อว่าเราชั่วร้าย เราจะไม่ปกป้องตัวเอง และไม่ตัดสินคนอื่น เพราะพระเจ้าบอกว่า ทุกคนอสัตย์เหมือนกันหมด
อิสยาห์ 47:10-11
“เจ้ารู้สึกมั่นอยู่ในความอธรรมของเจ้า เจ้าว่า “ไม่มีผู้ใดเห็นข้า” สติปัญญาของเจ้าและความรู้ของเจ้า ทำให้เจ้าเจิ่นไป และเจ้าจึงว่าในใจของเจ้าว่า “ข้านี่แหละ และไม่มีผู้ใดอื่นอีก” แต่ความชั่วร้ายจะมาเหนือเจ้า ซึ่งเจ้าจะปัดเป่าไม่ได้ ภัยพิบัติจะตกเหนือเจ้า ซึ่งเจ้าจะไม่สามารถคลาดแคล้ว และความพินาศจะมาถึงเจ้าทันทีทันใด ซึ่งเจ้าไม่รู้เรื่องเลย”
ตัวเองกระทำความชั่วร้าย แต่กลับคิดว่าไม่มีใครเห็น เป็นการล่อลวงตัวเองด้วยสติปัญญาที่มี และซ่อนความบาปของตัวเอง โดยไม่เชื่อว่า สมควรตาย เพราะหลอกตัวเองว่าเป็นกษัตริย์ และด้วยจิตใจที่ตัวเองเป็นกษัตริย์ ก็ได้นำภัยพิบัติมาหาตัวเอง
พระเจ้าต้องการทำลายจิตใจที่เราเป็นกษัตริย์ และต้องการมาเป็นกษัตริย์ในใจเรา เมื่อนั้นพระเจ้าก็ทำให้ภัยพิบัติหายไป ตอนที่มีภัยพิบัติมาหาเรา ก็ให้รีบถ่อมใจ และเมื่อนั้นภัยพิบัติก็จะหายไป
อพยพ 9:19-21
“เหตุฉะนั้น จงให้ต้อนฝูงสัตว์ และบรรดาผู้ที่อยู่ในทุ่งนาให้เข้าที่กำบัง เพราะคนทุกคน และสัตว์ทุกตัวในทุ่งนาที่มิได้เข้ามาอยู่ในบ้าน จะถูกลูกเห็บตายหมด“ บรรดาข้าราชการของฟาโรห์ ที่เกรงกลัวพระดำรัสของพระเจ้า ก็ให้ทาสและสัตว์ของตนกลับเข้าบ้าน แต่ผู้ที่ไม่สนใจพระดำรัสของ พระเจ้าก็ยังคงปล่อยให้ทาสและสัตว์ของตนอยู่ในทุ่งนา”
คนอิสราเอล ได้ฟังเสียงคนโมเสส ที่ให้เอาฝูงสัตว์เข้าบ้าน และคนอียิปต์ที่เกรงกลัวพระเจ้า ก็ทำตาม แต่คนอียิปต์ที่ไม่ยำเกรงพระเจ้า ก็ได้ปล่อยสัตว์ในทุ่งนา และสุดท้ายสัตว์ก็ตายทั้งหมด
ผู้วินิจฉัย 20:48
“คนอิสราเอลก็หันกลับไปสู้คนเบนยามินอีก และได้ประหารเขาเสียด้วยคมดาบทั้งชาวเมือง และฝูงสัตว์และบรรดาสิ่งที่เขาเห็น ยิ่งกว่านั้นบรรดาเมืองที่เขาพบเขาก็เอาไฟเผาเสียทั้งหมด”
เมื่อตัวเองไม่ยอมรับความผิด ก็ได้เกิดการพินาศ และความทุกข์ในชีวิต เมื่อได้อ่านพระคำนี้ซ้ำ ๆ ก็เห็นว่าถ้าไม่มีพระเจ้า ผมและครอบครัวจะต้องพบความนินาศเช่นนี้ เหมือนคนเบนยามิน