
ตลอดชีวิตของซามูเอล 1 ซามูเอล 7:12-17
ตลอดชีวิตของซามูเอล
รับชมผ่าน YouTube : https://www.youtube.com/live/glziIfTMXE0?si=ecjxHuEimc06OnHP
1 ซามูเอล 7:12-17
“แล้วซามูเอลก็เอาศิลาก้อนหนึ่งตั้งไว้ระหว่าง เมืองมิสปาห์และเมืองเชน เรียกชื่อศิลานั้นว่า เอเบนเอเซอร์ เพราะท่านกล่าวว่า “พระเจ้าทรงช่วยพวกเราจนบัดนี้” ดังนั้นคนฟีลิสเตียจึงพ่ายแพ้ไม่เข้ามาในดินแดน อิสราเอลอีก และพระหัตถ์แห่งพระเจ้าก็ต่อสู้คนฟีลิสเตียตลอดชีวิต ของซามูเอล หัวเมืองที่คนฟีลิสเตียได้ยึดไปจากอิสราเอลนั้น ก็ได้กลับคืนมายังอิสราเอล ตั้งแต่เมืองเอโครนถึงเมืองกัท และอิสราเอลก็ได้ตีดินแดนของหัวเมืองเหล่านี้คืนมา จากมือของคนฟีลิสเตีย ครั้งนั้นมีสันติภาพระหว่างอิสราเอลและคนอาโมไรต์ด้วย ซามูเอลได้วินิจฉัยคนอิสราเอลอยู่ตลอดชีวิตของท่าน และท่านก็เที่ยวไปโดยรอบทุกปีเป็นประจำไปถึงเมืองเบธเอล กิลกาลและมิสปาห์ และท่านก็วินิจฉัยคนอิสราเอล ในบรรดาเมืองเหล่านั้น แล้วท่านจะกลับมายังเมืองรามาห์ เพราะว่าบ้านของท่านอยู่ที่นั่น ท่านก็วินิจฉัยคนอิสราเอลที่นั่นด้วย ท่านได้สร้างแท่นบูชาถวายแด่พระเจ้าที่นั่น”
1 ซามูเอล 7:3
“แล้วซามูเอลพูดกับพงศ์พันธุ์อิสราเอลทั้งสิ้นว่า “ถ้าท่านทั้งหลายจะกลับมาหาพระเจ้าด้วยสิ้นสุดใจของท่าน จงทิ้งพระต่างด้าวและพระอัชทาโรทเสียจากท่ามกลางท่านทั้งหลาย และปักใจของท่านตรงต่อพระเจ้าและปรนนิบัติแต่พระองค์ เท่านั้น พระองค์จะทรงช่วยกู้ท่านให้พ้นจากมือของคนฟีลิสเตีย””
ทำไมพระคำถึงเขียนว่า ให้ปรนนิบัติแต่พระองค์เท่านั้น นั่นก็เพื่อที่พระเจ้าจะช่วยให้พ้นจากคนฟีลิสเตีย เหมือนอย่างทุกท่าน หากปรนนิบัติตัวเอง ก็ได้แต่ถูกมารซาตานหลอกและใช้ชีวิตเป็นทาสของมารซาตานเท่านั้น ตัวอย่างเช่น ท่านคิดว่าเสพยาแล้วดี แต่สุดท้ายสมองถูกทำลาย และชีวิตก็แย่ลงเรื่อย ๆ แต่คนเรากลับไม่มีใจที่คิดว่าสิ่งนี้จะทำร้ายตัวเองแม้แต่นิดเดียว หรือคนเรามักไม่ชอบคุณแม่ เพราะว่าได้ยินแต่คำบ่นและคำว่า สิ่งนี้ก็เรียกว่าการปรนนิบัติแต่ตัวเองเท่านั้น
ทุกท่านเคยได้ยินคำว่า “Echo Chamber” หรือไม่มันคือห้องเสียงสะท้อนครับ หากเราได้ยินเสียงสะท้อน เราจะเกิดความรู้สึกรำคาญ แต่จะมีบางคนที่ชอบห้องแบบนี้ เช่นห้องร้องคาราโอเกะ สิ่งนี้เองก็คือการที่เราชอบอยู่กับเสียงของตัวเองหรืออยู่แค่กับสิ่งที่ชอบเท่านั้น เช่นเวลาเราดูยูทูป ก็จะมีแต่สิ่งที่เราชอบโผล่ขึ้นมาให้เราดูเรื่อย ๆ และเรามักคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดี แต่กลับไม่มีใจที่คิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่อันตราย
1 ซามูเอล 2:12
“ฝ่ายบุตรทั้งสองของเอลีเป็นคนอันธพาล เขามิได้นับถือพระเจ้า”
ลูกทั้งสองคนของเอลีคิดเพียงแค่ว่าการล่วงประเวณี
เป็นสิ่งที่ดี แต่กลับไม่รู้ตัวว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ชั่วร้ายมาก เขาทั้งสองไม่นับถือและไม่รู้ใจของพระเจ้า เหมือนอย่างตอนที่เราอยู่แต่ในห้องก็ได้ยินแต่เสียงของตัวเอง แทนที่จะได้รับฟังเสียงของคนรอบข้างบ้างซึ่งเป็นเสียงที่จะทำให้จิตใจเรานุ่มลงได้ แต่คนเรากลับไม่ชอบ
1 ซามูเอล 2:17
“ดังนี้แหละ บาปของคนหนุ่มทั้งสองนั้นจึงใหญ่หลวงนักใน สายพระเนตรของพระเจ้า เพราะว่าคนเหล่านั้นได้ดูหมิ่นของถวายแด่พระเจ้า”
ลูกของเอลีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าการใช้ชีวิตล่วงประเวณีเป็นสิ่งที่ผิดและชั่วร้ายมากขนาดไหน เขาชอบเพียงแค่การปรนนิบัติตัวเองและไม่ชอบปรนนิบัติพระเจ้า เหมือนอย่างคนที่เป็นทอมก็ไม่รู้ว่าการใช้ชีวิตแบบนั้นไม่ดีอย่างไร และไม่สามารถฟังเสียงของคนอื่นได้ จึงทำให้คิดว่าสิ่งที่ตัวเองคิดนั้นถูกต้อง คนแบบนี้ก็เหมือนกับคนที่อยู่ในห้อง Echo Chamber
จิตใจที่รักตัวเอง จิตใจที่อยากได้รับการยอมรับ ทุกท่านเคยคิดอยากออกมาจากห้อง Echo Chamber นั้นไหมครับ คนส่วนมากไม่คิดที่จะทิ้งจิตใจนี้ เหมือนกับที่พระเจ้าอยากให้ฟังแต่เสียงของพระเจ้าแต่เรากลับฟังแต่เสียงมารซาตาน ในวันนี้พระเจ้าได้ตรัสบอกกับเราว่า ให้กำจัดพระบาอัลและพระอัชทาโรท และให้ปรนนิบัติเพียงแค่พระเจ้าเท่านั้น พวกเราจึงจะปลอดภัยจากชาวฟีลิสเตียได้
ความแตกต่างระหว่างลูกของเอลีกับซามูเอลคืออะไรครับ
1 ซามูเอล 3:19
“และซามูเอลก็เติบโตขึ้น และพระเจ้าทรงสถิตกับท่านมิให้วาจาของท่านตกไป เปล่าแต่สักคำเดียว”
คนแบบนี้จะหลุดพ้นจากคนฟีลิสเตีย เขาจะหลุดพ้นจากความเศร้า ความกลัว ความเกลียด ซามูเอลอาศัยอยู่ในห้องของพระเจ้า แต่ลูกชายของเอลีอยู่แต่ในห้องที่มารให้
เรามักไม่เรียนรู้การปรนนิบัติพระเจ้าเหมือนอย่างลูกของเอลี แต่ซามูเอลได้เรียนรู้ถึงการปรนนิบัติพระเจ้ามาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะฉะนั้นการทิ้งพระบาอัลและพระอัชทาโรทจึงไม่ใช่เรื่องยาก
1 ซามูเอล 7:13
“ดังนั้นคนฟีลิสเตียจึงพ่ายแพ้ไม่เข้ามาในดินแดน อิสราเอลอีก และพระหัตถ์แห่งพระเจ้าก็ต่อสู้คนฟีลิสเตียตลอดชีวิต ของซามูเอล”
หากเราได้เห็นตัวเองอย่างชัดเจนว่าเราเป็นที่น่ารังเกียจ ต่อให้จะมีคนมาดูถูกเหยียบย่ำ เราก็ได้แต่ยอมรับเท่านั้น หากในใจมีพระคำของพระเจ้าอยู่ ความเกลียดชังก็ได้แต่พ่ายแพ้ไปเท่านั้นและเราก็สามารถทิ้งจิตใจของตัวเองได้ จิตใจของเราก็สามารถมีสันติภาพได้ในตอนที่พระเจ้าทรงปกครองใจของเรา ตอนที่ปรนนิบัติพระเจ้า เชื่อเพียงพระคำและทบทวนพระคำอยู่เสมอ มารซาตานก็ไม่สามารถเข้ามาหาเราได้
ตอนนี้ทุกท่านกำลังใช้ชีวิตอยู่ในคุกแห่งความคิดที่มารให้และจะอยู่แต่กับสิ่งที่ชอบเท่านั้น การมีความสามารถในการคิดถึงสิ่งเหล่านี้ได้คนนั้นคือมนุษย์ครับ เมื่อเราปรนนิบัติพระเจ้าและข่าวประเสริฐ ภัยพิบัติทุกอย่างได้แต่จากไปทั้งหมดครับ