ความบาปของเราใหญ่ยิ่งนัก แต่ความรักของพระองค์ใหญ่ยิ่งกว่า

คริสตจักรข่าวประเสริฐกรุงเทพฯ จัดงานอบรมพระคัมภีร์ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 มีผู้เข้าร่วมรวม 780 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้เข้าร่วมครั้งแรกถึง 168 คน ซึ่งไม่ได้มาจากกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังเดินทางมาจากหลายจังหวัดทั่วประเทศ อาทิ เชียงใหม่ ตาก สระแก้ว ชลบุรี และบึงกาฬ รวมถึงผู้เข้าร่วมจากต่างประเทศ ได้แก่ ลาว เมียนมา ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย 

การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นต่อเนื่องจากงาน 2026 IYF Global Camp โดยเยาวชนบางส่วนที่เข้าร่วมแคมป์และประทับใจช่วง Mind Lecture ได้ตัดสินใจอยู่ร่วมกิจกรรมอบรมพระคัมภีร์ต่อ เนื่องจากงานอบรมของเราไม่จำกัดเฉพาะคริสเตียนที่มีพื้นฐานความเชื่อ แต่เปิดกว้างสำหรับทุกคนที่ต้องการเรียนรู้เรื่องจิตใจผ่านพระคัมภีร์ ซึ่งครั้งนี้ศิษยาภิบาลหลายท่านได้เทศนา เน้นย้ำประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความหมายของ “ความบาป” 

ภายในงานมีการแสดงสุดพิเศษที่ผสานพลังดนตรีระหว่างวงออร์เคสตรา และการประสานเสียงอันทรงพลังจากวงเซโนเร และ Gracias Choir วงประสานเสียงอันดับหนึ่งของโลก ท่วงทำนองของบทเพลงสรรเสริญที่ก้องกังวานและบริสุทธิ์ ไม่เพียงแต่สร้างความสุนทรีให้กับผู้ฟัง แต่ยังทำหน้าที่กล่อมเกลาจิตใจให้สงบ พร้อมรับถ้อยคำแห่งความเชื่อที่จะถ่ายทอดในช่วงลำดับถัดไปของงาน

อีกหนึ่งกิจกรรมพิเศษคือ Mind Recreation สร้างความสัมพันธ์ผ่านการวาดภาพส่งต่อ ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สะท้อนและทำความเข้าใจจิตใจของตนเองมากขึ้น ชี้ให้เห็นความสำคัญของ การมีสัมพันธภาพที่ดีและการรู้จักเปิดใจเชื่อมโยงถึงกันเพื่อช่วยลดกำแพงในใจ และเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างจิตใจที่แข็งแรงและมีความสุข

พาสเตอร์ฮีจิน พาร์ค ศิษยาภิบาลผู้ดูแลคริสตจักรภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ เทศนาเน้นว่า มนุษย์ถูกสร้างตามพระฉายาของพระเจ้าเพื่อดำเนินชีวิตตามพระคำ แต่เมื่อมนุษย์ไม่เชื่อฟังและใช้ชีวิตออกนอกจุดประสงค์การทรงสร้าง สิ่งนี้คือ “ความบาป” แต่พระเยซูคริสต์เสด็จมาเพื่อรับผิดชอบบาปของมนุษย์อย่างสมบูรณ์แล้ว มนุษย์จึงเป็นผู้ชอบธรรมได้โดยความเชื่อในพระคุณ ไม่ใช่ด้วยความพยายามของตนเอง นอกจากนี้อาจารย์ยังได้ให้ผู้เข้าร่วมใส่ “ชื่อตัวเอง”ลงแทนคำว่า “เรา” และ “ตัวเอง” ในข้อพระคำ เพื่อให้สัมผัสถึงพระวจนะที่สื่อถึงชีวิตของแต่ละคนโดยตรง อ.พาร์ค ฮีจิน ต้องการให้ผู้ฟังมั่นใจในความรอดที่สำเร็จแล้วในพระเยซู และดำเนินชีวิตภายใต้การทรงนำของพระคำ ไม่ใช่ภายใต้ความคิดหรือความพยายามของตนเอง

และช่วงที่สำคัญที่สุดของงาน คือการบรรยายพระคัมภีร์โดย อ.อ็อกซู พาร์ค ผู้ก่อตั้งคริสตจักรข่าวประเสริฐ ซึ่งกล่าวถึงการเข้ามาของความบาปในปฐมกาลว่าพระเจ้าไม่ได้ให้สิ่งนั้นมาเพื่อเป็นจุดจบ หากแต่เป็นแผนการของพระองค์ที่ได้ทรงเตรียมการไถ่บาปของโลกผ่านทางการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนของพระเยซูคริสต์ดังที่กล่าวในหนังสือ 1 ยอห์น 3:5 และ ยอห์น 1:29

นอกจากนี้ อ.พาร์คยังแบ่งปันประสบการณ์ในช่วงที่เกาหลีใต้เผชิญกับสงคราม แต่ด้วยพระคุณของพระเจ้าเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้ผ่านพ้นความยากลำบากและสามารถมีสันติสุขในจิตใจ พร้อมเน้นย้ำว่า ความบาปของเราใหญ่ยิ่งนักแต่ความรักของพระองค์ใหญ่ยิ่งกว่า และพระองค์ทรงปรารถนาให้ทุกคนได้รับความรอดและดำเนินชีวิตด้วยความหวังและความขอบคุณ ได้ใช้ชีวิตเพื่อพระเจ้าและการแบ่งปันข่าวประเสริฐแก่ผู้อื่น

ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เผชิญทั้งสงคราม ปัญหายาเสพติด อาชญากรรม และความเครียดความวิตกกังวล หรือผู้เข้าร่วมหลายท่านจะเป็นผู้ป่วย เป็นผู้สูงอายุจนต้องนั่งรถเข็น แต่การที่ผู้เข้าร่วมได้มารวมตัวกันที่คริสตจักร รับฟังข่าวประเสริฐ พูดคุยสามัคคีธรรมและได้สรรเสริญพระเจ้าร่วมกันแบบนี้ พวกเขาเองกลับมีแววตาที่เปล่งประกายด้วยความชื่นชมยินดีที่ได้เป็นอิสระจากความบาป นับเป็นช่วงเวลาที่ได้รับทั้งสันติสุขและความหวังในการใช้ชีวิตต่อไป

บทสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมงาน

ซิ่ว นาโจ จะอือ อายุ​ 32 ปี​ อาชีพรับจ้าง จ.เชียงใหม่​ กล่าวว่า​ ผ่านการเข้าร่วมค่ายอบรมพระคัมภีร์​ครั้งนี้​ ตนประทับใจพระคำ​ ยอห์น บทที่​ 8​ ข้อที่​ 44​ “ท่านทั้งหลายมาจากพ่อของท่านคือมาร และท่านใคร่จะทำตามความปรารถนาของพ่อท่าน มันเป็นผู้ฆ่าคนตั้งแต่ปฐมกาล และมิได้ตั้งอยู่ในสัจจะ เพราะมันไม่มีสัจจะ เมื่อมันพูดเท็จมันก็พูดตามสันดานของมันเอง เพราะมันเป็นผู้มุสาและเป็นพ่อของการมุสา” 

ผ่านทางพระคำข้อนี้​ ตนได้เห็นว่าตอนที่พยายามจะคุยดีๆกับสามี​ ก็สามารถทำได้แค่สักพักนึง​ แต่ผ่านไปไม่นานก็กลับมาทะเลาะกันอีก​ มีความไม่พอใจ​ ได้รู้ว่าทำไมเราถึงพูดดีๆไม่ได้เลย​ เพราะพ่อของเราคือมาร​ เราไม่สามารถทำดีได้​ ผ่านทางนี้ทำให้เราได้พบกับพระเยซู​ เมื่อพระเยซู​เข้ามาในใจก็ทำให้เราหลุดพ้นจากกฎของธรรมบัญญัติ​ ตนรู้สึกขอบคุณ​มาก​ จากเมื่อก่อนที่ต้องอยู่ภายใต้กฎของธรรมบัญญัติ​ แต่เมื่อพระเยซู​เข้ามา​ การกระทำของฉันไม่สำคัญ​แล้ว​ เพราะพระเยซู​ได้รับบาปไปให้บนไม้กางเขนหมดแล้ว​ค่ะ​

คุณธิดา เถาว์คำ​ อ​ายุ 55 ปี จ.​กาญจนบุรี​ กล่าวว่า ที่ตนตัดสินใจเข้าร่วมค่ายอบรมพระคัมภีร์​ครั้งนี้​ เพราะมีผู้รับใช้จากคริสตจักรข้าวประเสริฐ​ไปเผยแพร่ข่าวประเสริฐ​ที่บ้าน​ในจังหวัดกาญจนบุรี​ แล้วเชิญ​ชวนให้มาเข้าร่วมค่ายในครั้งนี้​ หลายปีก่อนหน้านี้​ ตนเคยได้เข้าร่วมงานอบรมแล้ว​ ตอนนั้นยังเข้าใจพระคำไม่ชัดเจน​ แต่ครั้งนี้เมื่อได้ฟังพระคำและสามัคคีธรรม​ ได้รับการจูงนำจากพระเจ้าที่ชัดเจน​ ได้เข้าใจพระคัมภีร์​มากขึ้น​ ทำให้เชื่อในการตายของพระเยซู​คริสต์​ โดยผ่านทางพระคำ​ 

สดุดี​ บทที่​ 32​ ข้อ​ 1-2“บุคคลผู้ซึ่งได้รับอภัยการละเมิดแล้วก็เป็นสุข คือผู้ทรงกลบเกลื่อนบาปให้นั้น บุคคลซึ่งพระเจ้ามิได้ทรงถือโทษก็เป็นสุข คือผู้ที่ไม่มีการหลอกลวงในใจของเขา” 

ได้เห็นว่าพระเจ้าทรงยกโทษ​บาปของเราทั้งหมด​ ก็รู้สึกขอบคุณ​พระเจ้ามากๆและดีใจมากที่ได้เข้าร่วมค่ายครั้งนี้ค่ะ

คุณสมนึก จรสายออ อายุ 60 ปี จากจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ตนตัดสินใจเข้าร่วมงานอบรมครั้งนี้ เพราะเชื่อว่าตัวเองเป็นคนบาป และต้องการหลุดพ้นจากบาปรวมถึงความทุกข์ยากลำบากที่เผชิญมาตลอดชีวิต โดยรู้สึกว่าไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้อย่างแท้จริง นอกจากพระเจ้าพระเยซูเท่านั้นที่จะทรงช่วยและจูงนำชีวิตได้

หลังจากเข้าร่วมการอบรม เธอรู้สึกว่าจิตใจได้รับการปลดปล่อยและหลุดพ้นจากความบาป เพราะเชื่อว่าพระเจ้าทรงรักมนุษย์ และทรงส่งพระบุตรองค์เดียวมาเพื่อไถ่บาป ทำให้พระคำของพระเจ้าเข้ามาอยู่ในจิตใจ สามารถดำเนินชีวิตด้วยสันติสุข มีความหวัง และมั่นใจว่ามีการทรงนำจากพระองค์อยู่เสมอ

เธอยังเล่าถึงความทุกข์ที่ผ่านมา ว่าเป็นการดิ้นรนต่อสู้ชีวิต ทำมาหากิน และเผชิญปัญหาครอบครัว รู้สึกไม่สามารถดูแลหรือจูงนำลูกหลานได้อย่างที่ตั้งใจ แม้อยากเป็นที่พึ่งหรือปกป้องพวกเขา แต่ก็ทำได้ไม่เต็มที่ จึงมอบความหวังไว้กับพระเจ้า เชื่อว่าพระองค์จะทรงนำและดูแลลูกหลานแทนตนได้

สิ่งที่ทำให้เธอมั่นใจว่าจะไม่ทุกข์อีกต่อไป คือการรับพระคำของพระเจ้าเข้ามาในใจ ไว้วางใจในพระองค์ อธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ และดำเนินชีวิตตามพระคำ พร้อมตั้งใจบอกต่อและชักชวนผู้อื่นให้มารับพระพรเช่นเดียวกัน เพราะเชื่อว่าสิ่งที่ได้รับมาควรถูกแบ่งปัน เพื่อให้เกิดผลและนำสันติสุขมาสู่ครอบครัว

“ดิฉันมั่นใจ เพราะเชื่อว่าพระเยซูทรงแบกบาปของเราไว้แล้ว มนุษย์ไม่สามารถช่วยตนเองได้ จึงวางใจและพึ่งพาพระเจ้าพระเยซูเพียงผู้เดียว เพื่อให้ชีวิตหลุดพ้นจากบาปอย่างแท้จริง”